2. ต่อมอะโพไครน์ (Apocrine Glands): ต่อมชนิดนี้จะพบได้บริเวณที่มีขนขึ้นหนาแน่น เช่น รักแร้และขาหนีบ ลักษณะเด่นของเหงื่อที่ผลิตจากต่อมนี้คือจะมีสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ซึ่งมักจะถูกกระตุ้นจากความเครียด และเหงื่อจากต่อมอะโพไครน์นี้เองที่เป็นสาเหตุหลักของกลิ่นตัว เมื่อสัมผัสกับแบคทีเรียบนผิวหนังก็จะทำให้เกิดกลิ่นตัวที่รุนแรงขึ้นได้ค่ะ
3. ฮอร์โมนของผู้หญิง: โดยเฉพาะช่วงที่มีประจำเดือนทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อทำงานหนักกว่าทั่วไป ร่วมถึงภาวะเครียดและวัยทองก็ทำให้ผลิตเหงื่อออกมามากกว่าปกติ
4. อาหารที่รับประทานในช่วงนั้น: อาหารที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม ชะอม สะตอ รวมถึงอาหารของหมักของดอง เมื่อร่างกายขับของเหลวออกจากร่างกายก็จะมีกลิ่นออกมาด้วยได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดกลิ่นตัวแรงขึ้นได้ เช่น ภาวะน้ำหนักเกิน การบริโภคอาหารที่มีกลิ่นฉุนหรือรสจัด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า หรือในบางรายอาจเกิดจากภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ รวมถึงปัญหาสุขภาพบางประการก็อาจทำให้กลิ่นตัวเปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน ดังนั้น หากคุณผู้หญิงคนไหนกำลังกังวลว่าทำไมตนเองถึงมีกลิ่นตัวแรงกว่าปกติ แท้จริงแล้ว ปัญหานี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่สามารถจัดการและป้องกันได้ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน