ingredients-glossary

Ingredients Glossary

1,2-HEXANEDIOL

ปกติแล้ว 1,2-Hexanediol จะทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ สารช่วยกักเก็บน้ำ สารเพิ่มการละลายและสารบำรุงผิว โดยจะช่วยทำละลายส่วนผสมออกฤทธิ์ที่เป็นลิโพฟิลิก (ละลายในไขมันได้ดี) ส่วนผสมชนิดนี้จะอยู่ในสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม น้ำหอม ผลิตภัณฑ์สำหรับการอาบน้ำ เครื่องสำอาง ฯลฯ

ACRYLATES/C10-30 ALKYL ACRYLATE CROSSPOLYMER

Acrylates/C10-30 Alkyl Acrylate Crosspolymer เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ซึ่งมักใช้เพื่อเพิ่มความหนืดให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก เช่น เจลอาบน้ำ หรือเพื่อให้อิมัลชั่นมีความคงตัว เช่น ในครีมหรือโลชั่น โดยเฉพาะหากมีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดด แร่ธาตุ หรือเกลือ สารชนิดนี้จะทำให้เกิดเนื้อเจลใสเมื่อผสมกับน้ำโดยจะทำให้ความเหลวเปลี่ยนไป นอกจากนี้ Acrylates/C10-30 Alkyl Acrylate Crosspolymer ยังสามารถใช้เพื่อลดอิมัลซิไฟเออร์หรือผสมในอิมัลชั่นเนื้อบางเบาที่ไม่มีอิมัลซิไฟเออร์ได้อีกด้วย

ACRYLATES/HYDROXYESTERS ACRYLATES COPOLYMER

Acrylates/Hydroxyesters Acrylates Copolymer ช่วยให้ผมอยู่ทรงโดยป้องกันไม่ให้ผมดูดซับความชุ่มชื้นและปกป้องผมจากการเกิดประจุไฟฟ้าด้วยการสร้างชั้นเคลือบบางๆ บนผิว เส้นผมหรือเล็บ Copolymer เป็นโพลีเมอร์ที่ได้จากการผสมสารประกอบเคมีขนาดเล็กที่เรียกว่ามอนอเมอร์เข้ากับโมเลกุลขนาดใหญ่มากที่มีคุณสมบัติต่างกัน

ACRYLATES/OCTYLACRYLAMIDE COPOLYMER

Acrylates/Octylacrylamide Copolymer ช่วยให้ผมอยู่ทรงโดยป้องกันไม่ให้ผมดูดซับความชุ่มชื้นและปกป้องผมจากการเกิดประจุไฟฟ้าด้วยการสร้างชั้นเคลือบบางๆ บนผิว เส้นผมหรือเล็บ Copolymer เป็นโพลีเมอร์ที่ได้จากการผสมสารประกอบเคมีขนาดเล็กที่เรียกว่ามอนอเมอร์เข้ากับโมเลกุลขนาดใหญ่มากที่มีคุณสมบัติต่างกัน

ACRYLATES/STEARETH-20 METHACRYLATE CROSSPOLYMER

Acrylates/Steareth-20 Methacrylate Crosspolymer เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์สำหรับผลิตภัณฑ์สูตรที่มีน้ำเป็นส่วนผสม เนื่องจากการดัดแปรให้ไม่ละลายในน้ำ (ชอบน้ำมัน) Acrylates/Steareth-20 Methacrylate Crosspolymer จึงมีประสิทธิภาพสูงในการเพิ่มความหนืดและช่วยให้โพลีเมอร์มีความคงตัว โดยจะสร้างโครงสร้างเจลในน้ำแม้จะผสมในสูตรที่มีสารลดแรงตึงผิวจำนวนมาก

ACRYLIC ACID/VP CROSSPOLYMER

Acrylic Acid/VP Crosspolymer เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ซึ่งมักใช้เพื่อเพิ่มความหนืดให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก หรือเพื่อให้อิมัลชั่นมีความคงตัว เช่น ในครีมหรือโลชั่น โดย Acrylic Acid/VP Crosspolymerr จะช่วยให้เนื้อสัมผัสไม่เหนียวเหนอะหนะเมื่อทาบนผิว นอกจากนี้ โพลีเมอร์ชนิดนี้ยังใช้เพื่อช่วยป้องกันเม็ดสีไม่ให้ในเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์กันแดด

ALCOHOL DENAT

เอทานอลหรือที่เรียกว่าเอทิลแอลกอฮอล์ซึ่งใช้ในสูตรของเราเป็นส่วนผสมที่ได้จากพืช เป็นเวลาหลายทศวรรษที่มีการใช้เอทานอลในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจำนวนมากอย่างแพร่หลาย โดยมีหน้าที่เป็นตัวทำละลายในโลชั่นและครีม เพื่อให้มั่นใจว่าโลชั่นจะไม่เกิดการแยกชั้นกัน คำว่า "Denat" ย่อมาจาก Denatured Alcohol (แอลกอฮอล์แปลงสภาพ) เอทานอลชนิดนี้มีสารแปลงสภาพเพื่อทำให้รสชาติแย่ เหตุผลก็เพราะแอลกอฮอล์ยังพบได้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ อีกด้วย เช่น ไวน์หรือเบียร์ และหลายๆ ประเทศจะคิดภาษีจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอัตราที่สูงมาก ดังนั้น จึงต้องแปลงสภาพแอลกอฮอล์เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษีสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อการบริโภค (กล่าวคือนำมาใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว)

ACRYLATES COPOLYMER

Acrylates Copolymer เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ที่มักใช้เพื่อเพิ่มความหนืดให้กับผลิตภัณฑ์ซึ่งมีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก (เช่น เจลอาบน้ำ) โดยเฉพาะหากต้องการให้เม็ดบีดหรืออนุภาคของแข็งอื่นๆ กระจายตัวและช่วยรักษาความคงตัว สารชนิดนี้จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีเนื้อเจลใส แม้จะผสมในสูตรที่มีสารลดแรงตึงผิวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม Acrylates Copolymers ที่มีคุณลักษณะพิเศษจะทำหน้าที่เป็นสารก่อฟิล์มได้เช่นกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญต่อผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เช่น สเปรย์ใส่ผม เพื่อให้มั่นใจว่าผมจะอยู่ทรงได้นานโดยไม่ทิ้งสิ่งตกค้าง

ALOE BARBADENSIS LEAF JUICE POWDER / ALOE VERA

True aloe หรือ Medicinal aloe (Aloe vera) ซึ่งยังรู้จักกันในชื่อ Barbados aloe หรือ Burn aloe เป็นสายพันธุ์พืชในวงศ์ Aloe มนุษย์เราใช้ต้น Aloe vera ในการบำบัดโรคมาเป็นเวลาหลายพันปีโดยใช้เพื่อปกป้อง รักษาและปลอบประโลมผิว เนื้อในใบ Aloe vera มีความชุ่มชื้นโดยเฉลี่ยถึง 95% เพราะมีแว็กซ์เคลือบอยู่ด้านนอก ผลการศึกษาได้พิสูจน์แล้วว่าเจลของต้น Aloe vera สามารถเติมความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมปกป้องผิวจากความแห้งกร้านในขณะเดียวกัน โดยใบ Aloe vera จะผลิตเจลใส เมื่อคุณหักใบออกจากต้น คุณจะสามารถทาเจลด้านในลงบนผิวที่แห้งกร้าน ผิวไหม้แดดหรือผิวที่เป็นแผล

ALPHA-ISOMETHYL IONONE - FLORAL VIOLET WOODY

ส่วนผสมที่ให้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์โดยมีกลิ่นคล้ายแป้งจากดอกไวโอเล็ตและออริส รวมถึงกลิ่นจางๆ ของเบอร์รี่สีแดง เปี่ยมด้วยกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกราวช่อดอกไม้ และมีกลิ่นละมุนดุจรังไหม

ALUMINUM STARCH OCTENYLSUCCINATE

Aluminum Starch Octenylsuccinate เป็นแป้งสตาร์ชดัดแปรที่ไม่ละลายในน้ำซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับความมันหรือน้ำมันได้ดี

ALUMINIUM STEARATES

Aluminum Stearates เป็นเกลืออะลูมิเนียมของกรดไขมัน ซึ่งใช้ในสูตรเครื่องสำอางจำนวนมากเนื่องจากจะช่วยเพิ่มความคงตัวของอิมัลชั่นและเนื้อสัมผัสของสูตรผลิตภัณฑ์ เช่น ในครีมหรือโลชั่น Aluminum Stearates จะทำหน้าที่เป็นสารประกอบที่ช่วยเพิ่มความเสถียรโดยสามารถจับตัวกับน้ำได้ รวมทั้งยังสร้างโอลีโอเจลในสูตรที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม

AMINOETHYLAMINOPROPYL DIMETHICONE

ส่วนผสมชนิดนี้เป็นซิลิโคน ซึ่งเป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือผลิตภัณฑ์สำหรับแต่งหน้ามีเนื้อนุ่มลื่นดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

AMMONIUM ACRYLOYLDIMETHYLTAURATE/VP COPOLYMER

Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ซึ่งมักใช้เพื่อเพิ่มความหนืดให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก หรือเพื่อให้อิมัลชั่นมีความคงตัว เช่น ในครีมหรือโลชั่น โดยเฉพาะสูตรที่มีเนื้อสัมผัสเบาสบายและไม่มีส่วนผสมของอิมัลซิไฟเออร์ สารชนิดนี้จะทำให้เกิดเนื้อเจลใสเมื่อผสมกับน้ำโดยจะทำให้ความเหลวเปลี่ยนไป

AMODIMETHICONE

ซิลิโคน* เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติหลักของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือเครื่องสำอาง มีเนื้อเรียบเนียนดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

AQUA / WATER

น้ำมีความโปร่งใส ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น และแทบจะไม่มีสี น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของโลกโดยอยู่ในรูปแบบลำธาร ทะเลสาบ และมหาสมุทร รวมถึงของเหลวในสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ น้ำสำคัญต่อทุกชีวิตอย่างยิ่ง แม้จะไม่ให้แคลอรี่หรือสารอาหารอินทรีย์ นอกจากนี้ น้ำยังเป็นส่วนผสมในครีม โลชั่น และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแทบทั้งหมด

ARACHIDIC ACID

Arachidic acid เป็นกรดไขมันอิ่มตัวโมเลกุลยาวที่พบได้ในเนยถั่วและเชื้อราที่ไม่ต้องการอากาศ Arachidic acid ที่ผสมในสูตรผลิตภัณฑ์จะทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิวในการผลิตสบู่และเครื่องสำอาง

ARGANIA SPINOSA KERNEL OIL / ARGAN OIL

Argan Oil (หรือที่เรียกว่า Argania Spinosa Kernel Oil) เป็นน้ำมันสกัดเย็นที่สกัดจากเมล็ดของต้น Argan โดยจะมีกรดไขมันโอเมก้าที่สำคัญ เช่น กรดโอเลอิกและกรดไลโนเลอิก รวมถึงฟีนอล อัลฟา-โทโคฟีรอลและวิตามินอี

ARGININE

Arginine ยังพบได้ในบัควีท สารชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นสารปรับสภาพให้เป็นกลางในเครื่องสำอาง โดยสามารถช่วยปรับสภาพกรดต่างๆ ให้เป็นกลาง จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสูตร ส่วนในสูตรที่เป็นกลาง มักจะใช้เป็นเกลือกรดไฮโดรคลอริก ("Arginine Hydrochloride") ทั้งนี้ Arginine จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

ARGININE HCL

Arginine ยังพบได้ในบัควีท สารชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นสารปรับสภาพให้เป็นกลางในเครื่องสำอาง โดยสามารถช่วยปรับสภาพกรดต่างๆ ให้เป็นกลาง จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสูตร ส่วนในสูตรที่เป็นกลาง มักจะใช้เป็นเกลือกรดไฮโดรคลอริก ("Arginine Hydrochloride") ทั้งนี้ Arginine จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

ASCORBIC ACID

วิตามินซียังรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Ascorbic Acid ซึ่งมีบทบาทต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผักผลไม้เป็นแหล่งวิตามินซีที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในอะเซโลราเชอร์รี่ ผลไม้ตระกูลส้ม พาสลีย์ พริกไทย กีวี โรสฮิป บร็อคโคลี่และคเร็ซ

AVENA SATIVA KERNEL FLOUR

ข้าวโอ๊ต (Avena) เป็นพืชที่มีต้นสูงไม่เกินหนึ่งเมตรและพบได้ทั่วทุกมุมโลก (ยกเว้นในเขตร้อน) สารประกอบสำคัญที่พบในข้าวโอ๊ต ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันและฟลาโวนอยด์

BAMBUSA VULGARIS SHOOT EXTRACT

ส่วนผสม Bambusa Vulgaris Shoot Extract เป็นสารสกัดที่ได้จากพืช ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อช่วยให้ผิวดูดี

BEHENYL ALCOHOL

Behenyl Alcohol มักได้จากน้ำมันหรือไขมันจากผัก ด้วยเหตุนี้ จึงเรียก Behenyl Alcohol ว่าแอลกอฮอล์ไขมัน อย่างไรก็ตาม Behenyl Alcohol ยังอาจได้มาจากการไฮโดรไลซ์แว็กซ์ สารสกัดชนิดนี้ใช้ในสูตรเครื่องสำอางจำนวนมากเนื่องจากจะช่วยเพิ่มความคงตัวของอิมัลชั่นและเนื้อสัมผัสของสูตรผลิตภัณฑ์ เช่น ในครีมหรือโลชั่น นอกจากนี้ Behenyl Alcohol จะก่อตัวเป็นของแข็งสีขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นสารประกอบที่ช่วยเพิ่มความเสถียรโดยสามารถจับตัวกับน้ำได้

BENZETHONIUM CHLORIDE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป)
สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์
เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ
การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

BENZOPHENONE-3

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

BENZOPHENONE-4

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

BENZYL ALCOHOL

Benzyl Alcohol ไม่ใช่น้ำหอมโดยตรง แต่จะใช้ในผลิตภัณฑ์บางอย่างโดยเป็นตัวทำละลายสารประกอบที่เป็นน้ำหอมต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมในน้ำหอมส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายในตลาดน้ำหอม ดังนั้น ผลิตภัณฑ์บางอย่างจึงอาจไม่มีน้ำหอมแม้จะมี Benzyl Alcohol

BHT

BHT คือสารกันเสียที่ใช้ในอาหารและเครื่องสำอาง หลายๆส่วนผสม เช่น ไขมันหรือน้ำมันจากธรรมชาติ จะมีกลิ่นเหม็นหืนเมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในสภาพแวดล้อม แต่ BHT จะสามารถปกป้องส่วนผสมเหล่านี้เมื่อสัมผัสกับอากาศและช่วยให้คงคุณภาพได้นานยิ่งขึ้น

BIS-(ISOSTEAROYL/OLEOYL ISOPROPYL) DIMONIUM METHOSULFATE

Bis-(Isostearoyl/Oleoyl Isopropyl) Dimonium Methosulfate เป็นสารให้การบำรุงประสิทธิภาพสูงโดยช่วยให้ผมหวีง่าย นุ่มสลวยและเปล่งประกายแวววาว

BIS-ETHYLHEXYLOXYPHENOL METHOXYPHENYL TRIAZINE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

BUTYL ACRYLATE/ETHYLTRIMONIUM CHLORIDE METHACRYLATE/STYRENE COPOLYMER

Butyl Acrylate/Ethyltrimonium Chloride Methacrylate/Styrene Copolymer เป็นสารให้การบำรุงประสิทธิภาพสูงโดยช่วยให้ผมหวีง่าย นุ่มสลวยและเปล่งประกายแวววาว

BUTYL METHOXYDIBENZOYLMETHANE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

BUTYLENE GLYCOL

Butylene Glycol เป็นแอลกอฮอล์ประเภทหนึ่งที่ประกอบด้วย Hydroxyl สองหมู่ซึ่งเรียกว่าไดออล สารชนิดนี้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่นิยมใช้กันแพร่หลายที่สุดในผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและเครื่องสำอางเพื่อดูแลผิวให้ชุ่มชื้น Butylene Glycol จะใช้เป็นตัวทำละลายและสารลดความหนืด จึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีสัมผัสเหนียวลดลงและทาง่าย Butylene Glycol สามารถพบได้ตามธรรมชาติในผักหรือสังเคราะห์จากปิโตรเลียม

BUTYLENE GLYCOL DICAPRYLATE/DICAPRATE

Butylene Glycol Dicaprylate/Dicaprate เป็นเอสเตอร์ของ Butylene Glycol และ Caprylic/Capric Acid ซึ่งส่วนผสมหลักได้มาจากพืชที่ปลูกทดแทนได้ใหม่ (น้ำมันมะพร้าว) อีกส่วนเล็กๆ ของโมเลกุลมาจากวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปีโตรเคมี สารชนิดนี้จะมอบสัมผัสที่แห้งสบายไม่เหนียวเหนอะหนะและมักใช้ในผลิตภัณฑ์กันแดดเนื่องจากเป็นตัวทำละลายที่ดีของสารป้องกันแสงแดด

BUTYROSPERMUM PARKI BUTTER / SHEABUTTER

Butyrospermum Parkii Butter (เชียบัตเตอร์) เป็นสารสกัดเนื้อครีมที่ได้จากเมล็ดเชียของต้นเชียซึ่งเติบโตในแอฟริกา มีการใช้เชียบัตเตอร์ในแอฟริกามาหลายปีเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงและความเปล่งประกายให้ผิวและเส้นผม เชียบัตเตอร์เป็นส่วนผสมพิเศษสำหรับผิว เพราะมีวิตามินเอและอีสูง จึงมีคุณสมบัติในการรักษาเยียวยาหลายด้าน เชียบัตเตอร์จะละลายที่อุณหภูมิร่างกายเช่นเดียวกับบัตเตอร์ทั่วไป พร้อมมอบความรู้สึกเนียนนุ่ม โดยประกอบด้วยไขมันชนิดต่างๆ กรดไขมันที่จำเป็น และสารอาหารที่จำเป็นต่อการผลิตคอลลาเจน รวมถึงสามารถส่งเสริมการทำงานของปราการผิว

C12-15 ALKYL BENZOATE

C12-15 Alkyl Benzoate เป็นสารสังเคราะห์ที่ปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มซึ่งปลอดภัยต่อผิว โดยเป็นสารประกอบน้ำมันที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ และเกลี่ยบนผิวได้ง่าย พร้อมช่วยปลอบประโลมผิวแห้งกร้านและยังเป็นสารละลายที่มีประโยชน์สำหรับส่วนผสมในเครื่องสำอางจำนวนมาก

C12-15 PARETH-3

C12-15 Pareth-3 ทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิวและอิมัลซิไฟเออร์ซึ่งช่วยให้น้ำมันและน้ำผสมกันและคงสูตรเหล่านี้ไว้

C15-19 ALKANE

C15-C19 Alkane เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่มีปิโตรเคมีเป็นส่วนผสม ซึ่งได้จากการผสม Alkanes ที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง (Linear) โดยมีอะตอมคาร์บอน 15 ถึง 19 อะตอมในสาย Alkyl สารชนิดนี้จะให้สัมผัสที่สดชื่นและความเรียบลื่น พร้อมให้ความนุ่มละมุนหลังทา

CAMELLIA SINENSIS LEAF EXTRACT / BLACK TEA EXTRACT

Black tea ทำจากใบชาที่ผ่านการอบแห้งและบด โดยจะนำไปหมักในภายหลัง จากนั้น กระบวนการออกซิเดชันจะสิ้นสุดลง สารสกัดจะได้รับการผลิตโดยใช้กระบวนการสกัดที่อ่อนโยนซึ่งเหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยให้เก็บรักษาส่วนผสมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ Black tea extract จะช่วยให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นและเติมความมีชีวิตชีวาให้ผิวเนื่องจากมีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม

CAMELLIA SINENSIS LEAF EXTRACT / GREEN TEA EXTRACT

Camellia Sinensis Leaf Extract คือสารสกัดชาเขียวที่ได้จากใบ Camellia sinensis โดยจะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติซึ่งทราบกันดีว่าทำหน้าที่ช่วยปกป้องเซลล์ นอกจากนี้ ยังมีการนำสารสกัดชาเขียวมาใช้เนื่องจากคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่สามารถปกป้องผิวจากอันตรายของอนุมูลอิสระได้

CANDELILLA CERA

Candelilla Cera เป็นแว็กซ์บริสุทธิ์จากพืชที่ได้จากใบต้นแคนเดลิลลา ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า Euphorbia Cerifera หรือ Euphorbiaceae

CAPRYLIC/CAPRIC TRIGLYCERIDE

Caprylic/Capric triglyceride เป็นทริเอสเตอร์ที่ได้จากการผสมน้ำมันมะพร้าวและกลีเซอรีนในธรรมชาติ น้ำมันชนิดนี้มีประโยชน์ตรงที่ทนต่อการออกซิเดชัน Caprylic/capric triglyceride เป็นสารบำรุงผิวที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มอบสัมผัสที่ดี รวมถึงช่วยให้ผิวนุ่มละมุนและเรียบเนียนยิ่งขึ้น พร้อมช่วยให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส จึงมักนำมาผสมในครีม โลชั่น ผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปาก และผลิตภัณฑ์กันแดด

CAPRYLYL GLYCOL

Caprylyl Glycol คือสารเติมแต่งอเนกประสงค์ที่ทำหน้าที่เป็นสารช่วยให้เปียกและสารควบคุมการเพิ่มความหนืด เป็นที่ทราบกันว่าสารชนิดนี้จะมอบความรู้สึกนุ่มสบายผิว นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติในการต้านจุลชีพ รวมถึงมีการนำมาผสมในสูตรอิมัลชั่นและผลิตภัณฑ์แบบล้างออก

CAPRYLYL/CAPRYL GLUCOSIDE

Caprylyl/Capryl Glucoside เกิดจากการทําปฏิกิริยาระหว่างแอลกอฮอล์ประเภทหนึ่งกับกลูโคส สิ่งที่ได้ก็คือสารลดแรงตึงผิวที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้กันแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็ก ผิวหน้าและผิวกาย ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

CARBOMER

Carbomer เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์จาก Acrylic acid ซึ่งมักใช้เพื่อเพิ่มความหนืดให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก หรือเพื่อให้อิมัลชั่นมีความคงตัว เช่น ในครีมหรือโลชั่น โพลีเมอร์ชนิดนี้จะทำให้เนื้อสัมผัสมีรูปแบบการไหลแตกต่างไป

CELLULOSE GUM

Cellulose Gum เป็นโพลีเมอร์ที่ละลายน้ำได้ซึ่งมีที่มาจากเซลลูโลสตามธรรมชาติที่ผ่านการดัดแปร โดยจะทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความหนืดในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ประกอบด้วยน้ำเมื่อผ่านการปรับสภาพให้เป็นกลาง สารชนิดนี้สามารถสร้างเนื้อเจลใสหรือเพิ่มความเสถียรให้อิมัลชั่น จึงนำมาใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ยาหรืออาหาร

CERA MICROCRISTALLINA

ส่วนผสม* มิเนอรัล ออยล์ชนิดนี้เป็นไขมันจากฟอสซิล โดยส่วนผสมที่มีความบริสุทธิ์สูงจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ (น้ำมัน เจล ฯลฯ) และไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส มิเนอรัล ออยล์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ Paraffinum Liquidum ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์แบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ มิเนอรัล ออยล์สังเคราะห์ซึ่งไม่มีสารอื่นเจือปนตั้งแต่กระบวนการผลิต และมิเนอรัล ออยล์จากปิโตรเคมี ซึ่งเป็นมิเนอรัล ออยล์ที่ผ่านการกลั่นโดยได้มาจากการทำให้ฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ มีความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดเภสัชกรรม ดังนั้นจึงมีความบริสุทธิ์สูง คุณสมบัติหลักของส่วนผสมกลุ่มนี้ก็คือการปกป้องผิวไม่ให้ขาดน้ำ นอกจากนี้ ส่วนผสมเหล่านี้ยังช่วยพัฒนาคุณภาพของเนื้อสัมผัสและยังมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและขจัดเครื่องสำอาง
 
* หากต้องการค้นพบส่วนผสมเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ของเรา โปรดตรวจสอบรายชื่อส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์ โดยคุณสามารถค้นหาส่วนผสมที่มีมิเนอรัล ออยล์ได้อย่างง่ายดายจากชื่อต่างๆ เช่น "paraffinum liquidum", "cera microcristallina", "ozokerite", "paraffin" และ "แว็กซ์สังเคราะห์"

CETEARETH-20

Ceteareth-20 คือสารประกอบสังเคราะห์ที่สังเคราะห์ผ่านขั้นตอนที่เรียกว่า Ethoxylation ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีที่มีการเพิ่ม Ethylene Oxide ลงในสารที่มี Cetyl Alcohol และ Stearyl alcohol Ceteareth-20 ทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิวและอิมัลซิไฟเออร์ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวต่างๆ จำนวนมาก เช่น มอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์ขัดผิวและผลิตภัณฑ์รักษาสิว ในส่วนของการทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ Ceteareth-20 จะลดความตึงผิวโดยกระจายตัวในน้ำมัน/น้ำหรือผิวของอากาศ/น้ำ ซึ่งมีผลด้านความคงตัวในอิมัลชั่น

CETEARYL ALCOHOL

Cetearyl alcohol ได้จากการผสม Cetyl alcohol (hexadecanol) กับ Stearyl alcohol (octadecanol) สารประกอบทั้งคู่มักได้จากน้ำมันหรือไขมันจากผัก ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกแอลกอฮอล์ทั้งสองชนิดนี้ว่าแอลกอฮอล์ไขมัน อย่างไรก็ตาม Cetyl alcohol (hexadecanol) และ Stearyl alcohol (octadecanol) ยังอาจได้มาจากการไฮโดรไลซ์แว็กซ์ สารชนิดนี้ใช้ผสมในเครื่องสำอางจำนวนมากเนื่องจากจะช่วยเพิ่มความคงตัวของอิมัลชั่นและเนื้อสัมผัสของส่วนผสม Cetearyl alcohol จะก่อตัวเป็นของแข็งสีขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นสารประกอบที่ช่วยเพิ่มความเสถียรโดยสามารถจับตัวกับน้ำได้

CETYL ALCOHOL

Cetyl Alcohol มักได้จากน้ำมันหรือไขมันจากผัก ด้วยเหตุนี้ จึงเรียก Cetyl Alcohol ว่าแอลกอฮอล์ไขมัน อย่างไรก็ตาม Cetyl Alcohol ยังอาจได้มาจากการไฮโดรไลซ์แว็กซ์ สารสกัดชนิดนี้ใช้ในสูตรเครื่องสำอางจำนวนมากเนื่องจากจะช่วยเพิ่มความคงตัวของอิมัลชั่นและเนื้อสัมผัสของสูตรผลิตภัณฑ์ เช่น ในครีมหรือโลชั่น Cetyl Alcohol จะก่อตัวเป็นของแข็งสีขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นสารประกอบที่ช่วยเพิ่มความเสถียรและเพิ่มสามารถของการจับตัวกับน้ำได้

CETYL PALMITATE

Cetyl Palmitate เป็นเอสเตอร์ของ Cetyl Alcohol และ Palmitic acid โดยเป็นสสารสีขาว โปร่งแสงเหมือนผลึกและมีเนื้อคล้ายแว็กซ์ พร้อมช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม หลักๆ แล้ว จะใช้เป็นสารเพิ่มความหนืดหรือสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มในเครื่องสำอาง

CETRIMONIUM CHLORIDE

Cetrimonium Chloride คือเกลือควอเทอร์นารีแอมโมเนียม (เกลือแอมโมเนียมชนิดจตุรภูมิ) ซึ่งช่วยให้ผมจัดทรงง่ายและป้องกันหรือยับยั้งการเกิดไฟฟ้าสถิต จึงมีการนำมาผสมในสูตรครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ย้อมผมและผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม

CHAMOMILLA RECUTITA FLOWER EXTRACT / CHAMOMILE

เป็นที่รู้จักกันมายาวนานว่าดอก Chamomile มีคุณสมบัติในการรักษาเยียวยา จึงมีการใช้ดอก Chamomile เป็นพืชสมุนไพรมาตั้งแต่ในสมัยอียิปต์โบราณ สารสกัดดอก Chamomile จะได้รับการผลิตโดยใช้กระบวนการสกัดที่อ่อนโยนซึ่งเหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยในการเก็บรักษาส่วนผสมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ สารสกัดชนิดนี้ยังเหมาะสำหรับใช้บนผิวเป็นพิเศษเพราะมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ นอกจากนี้ ดอก Chamomile ยังมี Alpha bisabolol ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาบาดแผลเป็นพิเศษ

CI 10316

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 11680

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 12490

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 14720

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 15850

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 15985

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 16035

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 17200

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 19140

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 28440

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 40800

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 42053

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 42090

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 45100

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 47005

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 60725

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 61570

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 73360

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 74160

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 75470

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77007

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77268:1

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77288

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77289

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77491

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77492

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77499

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CI 77891

CI ย่อมาจาก Color Index (ดัชนีสี) ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจะบอกถึงสีที่เจาะจง เช่น CI 42090 คือสีน้ำเงิน ทั้งนี้ เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้ารวมถึงเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

CITRIC ACID

Alpha hydroxy acids (ตัวย่อ: AHAs) อยู่ในกลุ่มส่วนผสม เช่น Lactic acid และ Citric Acid AHAs พบได้ในผลไม้ เช่น องุ่นและเลมอน รวมถึงในอ้อยและนม มักเรียกกันว่ากรดผลไม้ โดยจะนำมาใช้ในระดับความเข้มข้นต่ำเพื่อเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามปกติอย่างอ่อนโยน เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง เซลล์ผิวด้านบนสุดที่แห้งจะค่อยๆ ลอกออก ช่วยให้ผิวแลดูเนียนและดูดีกว่าที่เคย

CITRONELLOL - FLORAL ROSE CITRUS

ส่วนผสมชนิดนี้พบได้ในเจอเรเนียม กุหลาบ และดอกไม้ส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มกลิ่นกุหลาบธรรมชาติสำหรับการปรุงน้ำหอมผู้หญิง และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในกลิ่นหอมแนวแมกไม้ (fougére) สำหรับผู้ชาย วัตถุดิบชนิดนี้จะมอบกลิ่นหอมสดชื่น ชวนรื่นรมย์เช่นดอกกุหลาบ พร้อมให้ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนราวดอกไม้จากธรรมชาติ

COCAMIDE DEA

Cocamide DEA เป็นของเหลวเหนียวที่ใช้เป็นสารก่อโฟมในแชมพูและผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ส่วนผสมชนิดนี้ได้จากการทำปฏิกิริยาระหว่างการผสมกรดไขมันของน้ำมันมะพร้าวเข้ากับ Diethanolamine ตัวอักษร 'DEA' ใน Cocamide DEA ย่อมาจาก Diethanolamide แต่ไม่ควรสับสนระหว่างสารอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Diethanolamine หรือที่บางครั้งเรียกว่า 'DEA' ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องสำอางห้ามไม่ให้ใช้ Diethanolamine ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ส่วน Cocamide DEA สามารถใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเครื่องสำอางในยุโรปที่เคร่งครัดได้กำหนดว่าส่วนผสมทั้งหมดในเครื่องสำอางต้องปลอดภัยต่อการใช้งาน โดยคณะกรรมาธิการยุโรปหรือ Scientific Committee on Consumer Safety (SCCS) ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอิสระไม่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Cocamide DEA

COCAMIDOPROPYL BETAINE

Cocamidopropyl betaine เป็นสารลดแรงตึงผิวชนิดสองประจุที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

COCO-BETAINE

Coco-Betaine เป็นสารลดแรงตึงผิวชนิดสองประจุที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

COCO-CAPRYLATE/CAPRATE

Coco-Caprylate/Caprate เป็นผลิตภัณฑ์จากแอลกอฮอล์ไขมันมะพร้าวจากธรรมชาติที่ได้จากเมล็ดหรือเนื้อของมะพร้าวแก่ และการผสมกรดไขมันที่แยกส่วนจากไขมันผักตามที่กำหนดไว้ จนได้เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่เกลี่ยได้รวดเร็วและช่วยให้ความชุ่มชื้น Coco-Caprylate/Caprate จะทำให้ผิวรู้สึกดีเพราะมอบความรู้สึกเบาสบายผิวเป็นพิเศษและเกลี่ยได้รวดเร็ว นอกจากนี้ ยังไม่สามารถออกซิเดชันได้และไม่มีกลิ่น สารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่เหมาะสมเช่นนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์สำหรับการนวด ฯลฯ ทุกประเภท

COCO-GLUCOSIDE

Coco-Glucoside เกิดจากการทําปฏิกิริยาระหว่างกรดไขมันของน้ำมันมะพร้าวกับกลูโคส สิ่งที่ได้ก็คือสารลดแรงตึงผิวที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้กันแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็ก ผิวหน้าและผิวกาย ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

COCONUT ACID

Coconut Acid เป็นส่วนผสมตามธรรมชาติของกรดไขมันที่มีกรดไขมันขนาดโมเลกุลปานกลางซึ่งได้จากน้ำมัน Cocos Nucifera (มะพร้าว) มีการใช้ Coconut Acid ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวโดยทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิว/ช่วยทำความสะอาด สารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม และผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทําอิมัลชั่น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและดูแลผิวให้เนียนนุ่ม โดยจะซึมลงบนผิวอย่างช้าๆ และมอบความสดชื่นได้ยาวนานยิ่งขึ้น

COLLOIDAL OATMEAL

Colloidal Oatmeal เป็นข้าวโอ๊ตบด ซึ่งทราบกันว่าช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองเล็กๆ น้อยๆ บนผิว เมื่อมีการผสมข้าวโอ๊ตในผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและเครื่องสำอาง ก็จะเรียกว่า "Avena Sativa (Oat) Kernel Meal"

COPERNICIA CERIFERA CERA

Copernicia Cerifera Cera เป็นแว็กซ์บริสุทธิ์จากพืชที่ได้จากใบอ่อนของ Copernicia Cerifera ซึ่งเป็นต้นปาล์มจากบราซิล

CREATINE

Creatine เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนในร่างกายที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานของเซลล์ โดยเซลล์จะมี Creatine ถึงระดับที่ต้องการทางชีวภาพได้โดยการชีวสังเคราะห์จาก Arginine ของกรดอะมิโน Glycine และ Methionine และ/หรือการรับประทานเนื้อและปลา Creatine มีหน้าที่สำคัญคือให้พลังงานแก่ร่างกายโดยทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่ที่เชื่อมต่อ ลำเลียง และปลดปล่อยพลังงาน ซึ่งจะช่วยดูแลความต้องการพลังงานสำรอง

CYCLOMETHICONE

ซิลิโคน* เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น นั่นก็คือจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือผลิตภัณฑ์สำหรับแต่งหน้ามีเนื้อนุ่มลื่นดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

DECYL GLUCOSIDE

Decyl Glucoside เกิดจากการทําปฏิกิริยาระหว่างแอลกอฮอล์ประเภทหนึ่งกับกลูโคส สิ่งที่ได้ก็คือสารลดแรงตึงผิวที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้กันแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็ก ผิวหน้าและผิวกาย ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

DECYLENE GLYCOL

Decanediol (Decylene Glycol) เป็นส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นซึ่งมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย Decylene Glycol ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม

DIAZOLIDINYL UREA

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

DICAPRYLYL ETHER

Dicaprylyl Ether พบได้ในธรรมชาติ (จากน้ำมันปาล์มหรือน้ำมันในเมล็ดปาล์ม) หรืออาจได้มาจากวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปีโตรเคมี และอาจพบได้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โลชั่น/มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย ครีมบำรุงผิวรอบดวงตา และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย

DICAPRYLYL CARBONATE

Dicaprylyl Carbonate เป็นไดเอสเตอร์ของ Caprylyl alcohol (ที่ได้จากน้ำมันปาล์มหรือน้ำมันในเมล็ดปาล์มตามธรรมชาติ) และ Carbonic acid (จากวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปีโตรเคมี) Dicaprylyl Carbonate เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่เกลี่ยได้รวดเร็ว แห้งเร็วและไม่เหนียวเหนอะหนะ น้ำมันชนิดนี้มักผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ/ระงับกลิ่นกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก และผลิตภัณฑ์กันแดด

DICHLOROBENZYL ALCOHOL

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

DIETHYLAMINO HYDROXYBENZOYL HEXYL BENZOATE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

DIETHYLHEXYL BUTAMIDO TRIAZONE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

DIETHYLHEXYL SYRINGYLIDENEMALONATE

Diethylhexyl Syringylidenemalonate ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ให้เสื่อมสภาพทางเคมีหรือทางกายภาพเพราะแสงแดด

DIMETHICONE

ซิลิโคน* เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติหลักของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น นั่นก็คือจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือเครื่องสำอางมีเนื้อเรียบเนียนดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

DIMETHICONE CROSSPOLYMER

ซิลิโคน* เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติหลักของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น นั่นก็คือจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือเครื่องสำอางมีเนื้อเรียบเนียนดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

DIMETHICONOL

ซิลิโคน* เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติหลักของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น นั่นก็คือจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือเครื่องสำอางมีเนื้อเรียบเนียนดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

DISODIUM COCOYL GLUTAMATE

Disodium Cocoyl Glutamate เป็นสารลดแรงตึงผิวที่เป็นกรดอะมิโนไอออนลบที่มีฤทธิ์อ่อนๆ โดยจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวและเส้นผมมีฟองเนียนละเอียดและทำความสะอาดได้ดี

DISODIUM EDTA

EDTA และเกลือของ EDTA (เช่น Trisodium EDTA) ผลิตโดยการสังเคราะห์ วัตถุประสงค์หลักของการเติมส่วนผสมชนิดนี้ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือคุณสมบัติด้านการจับไอออนของโลหะได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสื่อมสภาพ

DISODIUM LAURETH SULFOSUCCINATE

Disodium Laureth Sulfosuccinate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

DISODIUM LAURYL SULFOSUCCINATE

Disodium Lauryl Sulfosuccinate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

DISODIUM PEG-5 LAURYLCITRATE SULFOSUCCINATE

Disodium PEG-5 Laurylcitrate Sulfosuccinate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว โดยสารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

DISTARCH PHOSPHATE

Distarch Phosphate เป็นแป้งสตาร์ชธรรมชาติดัดแปร ซึ่งปกติมักใช้แป้งสตาร์ชข้าวโพด แป้งสตาร์ชขนาดไมโครเมตรจะช่วยดูดซับไขมัน (น้ำมัน) ได้มาก ดังนั้น เมื่อผสม Distarch Phosphate ลงในอิมัลชั่น เช่น ในครีมหรือโลชั่น ก็จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน รู้สึกเบาสบายและมันน้อยลง Distarch Phosphate จึงเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสูตรควบคุมความมันเป็นพิเศษ

DISTEARDIMONIUM HECTORITE

Disteardimonium Hectorite เป็นดินดัดแปรที่เป็นลิโพฟิลิก ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า Called organoclay วัตถุดิบชนิดนี้จะทำให้น้ำมันหนืดขึ้นและใช้ในสเปรย์ระงับกลิ่นกาย สบู่ก้อน หรือผลิตภัณฑ์แต่งหน้า นอกจากนี้ Disteardimonium Hectorite ยังทำให้อิมัลชั่นคงตัวเนื่องจากคุณสมบัติที่ทำให้น้ำมันหนืดขึ้น

DMDM HYDANTOIN

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

EDTA

EDTA และเกลือของ EDTA (เช่น Trisodium EDTA) ผลิตโดยการสังเคราะห์ วัตถุประสงค์หลักของการเติมส่วนผสมชนิดนี้ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือคุณสมบัติด้านการจับไอออนของโลหะได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสื่อมสภาพ

ETHYLHEXYL METHOXYCINNAMATE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

ETHYLHEXYL SALICYLATE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

ETHYLHEXYL TRIAZONE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

ETHYLHEXYLGLYCERIN

เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มและมอยส์เจอร์ไรเซอร์อ่อนโยนซึ่งช่วยให้รู้สึกดีเมื่อทาเครื่องสำอางลงไป นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสารกันเสียแบบเดิมและมีการนำมาใช้เป็นสารให้ความคงตัวที่ช่วยต้านจุลชีพร่วมกับส่วนผสมอื่นๆ ในเครื่องสำอาง Ethylhexyglycerin เป็นสารที่ผ่านการอนุญาตให้ใช้ในทั่วโลกโดยเป็นสารเติมแต่งอเนกประสงค์ที่มีประโยชน์หลายด้านและยังเป็นยาระงับกลิ่นประสิทธิภาพสูง Ethylhexyglycerin จะช่วยยับยั้งการเติบโตและการขยายตัวของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นกายอย่างได้ผลโดยไม่กระทบต่อแบคทีเรียประจำถิ่นบนผิวหนัง

ETHYLPARABEN

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

FUCUS VESICULOSUS EXTRACT

Fucus Vesiculosus Extract เป็นสารสกัดทัลลัสของสาหร่ายแบลด์เดอร์แรคแห้ง ซึ่งเป็นสาหร่ายสีน้ำตาลชนิดหนึ่งที่รับประทานได้ และอุดมด้วยแร่ธาตุสูง รวมถึงโซเดียมและโพแทสเซียม

GERANIOL - FLORAL ROSE GERANIUM

ส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์จะพบได้ในพืชนานาชนิด เช่น กุหลาบหรือเจอเรเนียม ลาเวนเดอร์ หรือเนโรลี ตะไคร้หอม ฯลฯ เมื่อเดินเข้าไปท่ามกลางสวนกุหลาบ คุณก็จะถูกรายล้อมด้วยกุหลาบ เมื่อใช้ส่วนผสมชนิดนี้แต่งกลิ่นหอม ก็จะมอบความรู้สึกราวดอกไม้จากธรรมชาติที่ชวนสดชื่น

GINKGO BILOBA LEAF EXTRACT

Ginkgo หรือที่รู้จักกันในชื่อ Miracle tree ถูกนำออกจากญี่ปุ่นเพื่อมาปลูกในยุโรปเมื่อ 200 ปีก่อน Ginkgo biloba leaf extract ได้รับการผลิตโดยใช้กระบวนการสกัดที่อ่อนโยนซึ่งเหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยให้เก็บรักษาส่วนผสมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ สารสกัด Ginkgo biloba leaf มีส่วนผสมในกลุ่ม Flavonoids, Bilobalides และ Ginkgolides นอกจากนี้ Ginkgo biloba leaf extract ยังมีคุณสมบัติด้านการบำรุงอีกด้วย

GLYCERYL CAPRATE

Glyceryl Caprylate เป็นสารช่วยให้เกิดความเปียกจากผักซึ่งทำหน้าที่ต้านแบคทีเรียและยีสต์ได้ดี ส่วนผสมชนิดนี้จะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของกรดออร์แกนิกและสารกันเสียต่างๆ ตามรายการอนุญาตได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ Glyceryl Caprylate จะช่วยลดความตึงบนผิวเพราะมีโครงสร้างแบบแอมฟิฟิลิก จึงสามารถทำให้ละอองน้ำมีขนาดเล็กลงและอิมัลชั่นคงตัวมากขึ้น ดังนั้น หากใช้ในระดับที่เข้มข้นขึ้น ก็อาจลดความหนืดของอิมัลชั่นลงได้

GLYCERYL CAPRYLATE

Glyceryl Caprylate เป็นสารช่วยให้เกิดความเปียกจากพืชซึ่งทำหน้าที่ต้านแบคทีเรียและยีสต์ได้ดี โดยจะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของกรดออร์แกนิกและสารกันเสียต่างๆ ตามรายการอนุญาตได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ Glyceryl Caprylate จะช่วยลดความตึงบนผิวเพราะมีโครงสร้างแบบแอมฟิฟิลิก จึงสามารถทำให้ละอองน้ำมีขนาดเล็กลงและอิมัลชั่นคงตัวมากขึ้น ดังนั้น หากใช้ในระดับที่เข้มข้นขึ้น ก็อาจลดความหนืดของอิมัลชั่นลงได้

GLYCERYL OLEATE

Glyceryl Oleate ได้มาจากพืชและมีคุณสมบัติช่วยทําอิมัลชั่นได้ดี จึงมักนำมาใช้ผสมและทำให้น้ำกับน้ำมันมีความคงตัว นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและนุ่มละมุน

GLYCERYL STEARATE

Glyceryl Stearate เป็นสารเพิ่มความคงตัวเพื่อไม่ให้เกิดการแยกชั้นและโคอิมัลซิไฟเออร์สำหรับอิมัลชั่นชนิดน้ำมันในน้ำที่ได้จากผัก สารชนิดนี้จะใช้เป็นสารให้ความคงตัว เช่น ในครีมและโลชั่นของผลิตภัณฑ์สูตรน้ำมันในน้ำ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มความหนืดและการช่วยให้อิมัลชั่นคงตัว เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวมีการผสม Glyceryl Stearate อย่างแพร่หลายและสามารถพบได้ในโลชั่น ครีม แป้ง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว เมคอัพเบสและรองพื้น มาสคาร่า อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ครีมนวดผมและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผม รวมถึงผลิตภัณฑ์กันแดด

GLYCERYL STEARATE CITRATE

Glyceryl stearate citrate ซึ่งเป็นกลีเซอริลไดเอสเตอร์ ทำจากกลีเซอรีนและกรดไขมันที่ได้จากน้ำมันผัก ส่วนผสมชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มและอิมัลซิไฟเออร์ชนิดน้ำมันในน้ำประเภทไอออนลบที่ปราศจาก PEG และละลายในน้ำ โดยมักใช้ผสมในครีม โลชั่น ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์กันแดดและผลิตภัณฑ์หลังการออกแดด

GLYCERYL STEARATE SE

Glyceryl Stearate SE เป็นอิมัลซิไฟเออร์จากธรรมชาติ (ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสานเข้ากัน) และสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม Glyceryl Stearate SE เป็น Glyceryl Stearate ในรูปแบบ "Self-Emulsifying (ละลายในน้ำได้โดยตรง)" นอกจากนี้ ยังมี Sodium และ/หรือ Potassium stearate ผสมอยู่เล็กน้อย Glyceryl Stearate SE จะช่วยให้อิมัลชั่นคงตัวและมอบเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยม รวมถึงจะทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นบนผิวซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มละมุนและดูเรียบเนียน นอกจากนี้ ยังช่วยชะลอการสูญเสียน้ำบนผิวโดยสร้างปราการผิวขึ้นมา

GLYCERIN

Glycerol เป็นสารที่ช่วยกักเก็บน้ำซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดีในผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและเครื่องสำอาง Glycerol เป็นของเหลวที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่นซึ่งมักนิยมใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางเพื่อให้ช่วยกักเก็บและคงความชุ่มชื้นเอาไว้ Glycerol มีกลุ่ม Hydroxyl (oxygen-hydrogen) ที่ละลายในน้ำ (ชอบน้ำ) สามกลุ่มซึ่งช่วยให้มีความสามารถในการละลายน้ำและมีคุณสมบัติดูดความชื้น (หมายความว่าจะดูดน้ำจากอากาศ) ได้ดี

GLYCINE SOJA OIL

ปกติแล้ว Soja oil (น้ำมันถั่วเหลือง) ได้จากการบีบอัดหรือสกัดเมล็ดถั่วเหลืองแล้วนำไปกลั่นต่อ ถั่วเหลืองเป็นพืชท้องถิ่นของจีนซึ่งมีการนำไปปลูกในอเมริกาเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จึงมีการเพาะปลูกจำนวนมาก เมล็ดถั่วเหลืองซึ่งมีไขมันและโปรตีนสูงเป็นอาหารที่ชาวเอเชียตะวันออกโปรดปรานมาตั้งแต่สมัยโบราณ น้ำมันอเนกประสงค์ชนิดนี้เป็นของเหลวใสที่แข็งตัวบางส่วนในอุณหภูมิห้อง (semi-drying) มีสีเหลืองอ่อนที่มีกลิ่นเฉพาะตัวบางเบา ส่วนประกอบ 55-65% ของ Gylcine Soja oil ประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวจำนวนมากและมีการนำมาใช้เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างแพร่หลาย

GLYCOL DISTEARATE

Glycol Stearate เป็นของแข็งลักษณะคล้ายแว็กซ์สีขาวหรือสีครีม ซึ่งเกิดจากการผสมโมโนเอสเทอร์และไดเอสเตอร์ของ Ethylene Glycol และ Stearic Acid Glycol Stearate มีคุณสมบัติที่ช่วยให้ทึบแสง จึงใช้ในสูตรสบู่ทำฟอง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมจำนวนมาก

GLYCYRRHETINIC ACID

Helianthus Annuus Seed Oil สกัดได้จากธรรมชาติในต้นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกา ดอกทานตะวันที่พบเห็นได้ทั่วไปเป็นพืชปีเดียวขนาดใหญ่ในวงศ์ Helianthus โดยเป็นพืชผลที่ปลูกไว้เพื่อเก็บเกี่ยวน้ำมันและเมล็ดที่รับประทานได้ นอกจากนี้ น้ำมันดอกทานตะวันยังมีวิตามินอีอีกด้วย และเมื่อนำมาผสมในเครื่องสำอาง น้ำมันก็จะทำหน้าที่เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มเพื่อให้ผิวน่าสัมผัส

GLYCYRRHIZA GLABRA ROOT EXTRACT

ส่วนผสมชนิดนี้มีรสหวานและสกัดได้จากรากชะเอม ซึ่งพบได้ในยุโรปตอนใต้และพื้นที่บางส่วนของเอเชีย เช่น อินเดีย พืชชนิดนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในทางพฤกษศาสตร์กับยี่หร่า โป๊ยกั้กหรือเฟนเนลซึ่งมีรสคล้ายคลึงกัน

GLYCYRRHIZA INFLATA ROOT EXTRACT

Glycyrrhiza Inflata Root Extract หรือที่เรียกว่า Licochalcone A ได้จากรากของต้นชะเอมเทศ โดยมีคุณสมบัติลดอาการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ Glycyrrhiza Inflata Root Extract สามารถช่วยปรับสภาพผิวที่ระคายเคืองและบอบบางแพ้ง่าย รวมถึงช่วยปกป้องผิวจากการก่อตัวของอนุมูลอิสระอันเกิดจาก UV

HOMOSALATE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

HYDROGENATED CASTOR OIL

Hydrogenated Castor Oil หรือที่รู้จักกันในชื่อแว็กซ์ละหุ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเติมไฮโดรเจนลงในน้ำมันเมล็ดละหุ่งตามธรรมชาติโดยมีการควบคุมปริมาณ ทั้งนี้ มีการเติมไฮโดรเจนลงในน้ำมันมานานหลายทศวรรษเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและช่วยให้น้ำมันมีความคงตัวมากขึ้น Hydrogenated Castor Oil จะมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานกว่าและไม่เหม็นหืนง่ายเท่าน้ำมันที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ Hydrogenated Castor Oil จะมีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง แข็งแต่เปราะง่ายและมีจุดหลอมเหลวสูง ทำหน้าที่เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มและสารเพิ่มความหนืด โดยจะช่วยเพิ่มความหนืดให้เนื้อครีม ขี้ผึ้ง และโลชั่น จึงสามารถนำมาผสมในเครื่องสำอางเพื่อให้ได้อิมัลชั่นที่นุ่มลื่นและมีความคงตัว

HYDROGENATED COCO-GLYCERIDES

Hydrogenated Coco-glycerides หรือที่รู้จักกันในชื่อน้ำมันมะพร้าวเติมไฮโดรเจนเป็นไขมันที่ได้จากพืชตามธรรมชาติ ซึ่งใช้ผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวและช่วยให้ผิวดูดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

HYDROGENATED POLYISOBUTENE

Hydrogenated Polyisobutene เป็นโพลีเมอร์ที่ผลิตโดยการสังเคราะห์ซึ่งใช้เพิ่มความหนืดในสูตร รวมถึงจะทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นบนผิวซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มละมุนและดูเรียบเนียนเมื่อผสมในสูตรเครื่องสำอาง

HYDROGENATED RAPESEED OIL

Hydrogenated Rapeseed Oil เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเติมไฮโดรเจนลงในน้ำมันผักกาดก้านขาวตามธรรมชาติโดยมีการควบคุมปริมาณ ทั้งนี้ มีการเติมไฮโดรเจนลงในน้ำมันมานานหลายทศวรรษเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและช่วยให้น้ำมันมีความคงตัวมากขึ้น Hydrogenated rapeseed oil จะมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานกว่าและไม่เหม็นหืนง่ายเท่าน้ำมันที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ ตัวอย่างน้ำมันเติมไฮโดรเจนที่พบได้ทั่วไปก็คือเนยเทียม บางครั้งน้ำมันผักกาดก้านขาวก็ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าน้ำมันคาโนล่า ซึ่งมาจากตัวย่อว่า "Can.O.,L-A" (พืชน้ำมันของแคนาดาที่มีความเป็นกรดต่ำ) น้ำมันทั้งสองชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกัน แต่น้ำมันคาโนล่าจะมีกรดอีรูซิกน้อยกว่าน้ำมันผักกาดก้านขาว และเมื่อนำมาผสมในเครื่องสำอาง น้ำมันชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นสารบำรุงผิว

HYDROXYETHYL-CELLULOSE

Hydroxyethylcellulose ได้รับการนำมาใช้เพราะมีคุณสมบัติในการเพิ่มความหนืดและเพิ่มความคงตัวในอิมัลชั่น ซึ่งประสิทธิภาพในการควบคุมความหนืดเพิ่มเติมจะส่งผลดีต่อความคงตัวในระยะยาวของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

HYDROXYETHYLCELLULOSE

Hydroxyethylcellulose เป็นโพลีเมอร์ที่ละลายน้ำได้และไม่มีประจุซึ่งมีที่มาจากเซลลูโลสตามธรรมชาติที่ผ่านการดัดแปร โดยจะทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความหนืดในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ประกอบด้วยน้ำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ปริมาณมาก เพราะสารชนิดนี้สามารถสร้างเนื้อเจลใสหรือเพิ่มความเสถียรให้อิมัลชั่นของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

HYDROXYPROPYL STARCH PHOSPHATE

Hydroxypropyl Starch Phosphate เป็นโพลีเมอร์จากแป้งสตาร์ชข้าวโพดดัดแปร ซึ่งมักใช้เพื่อเพิ่มความหนืดและความคงตัวให้อิมัลชั่น เช่น ในครีมหรือโลชั่น โดยเฉพาะหากมีส่วนผสมของแร่ธาตุ หรือเกลือ Hydroxypropyl Starch Phosphate จะช่วยให้ครีมและโลชั่นมีความคงตัวพร้อมมอบสัมผัสเบาสบายและให้ความรู้สึกเรียบเนียน

IMIDAZOLIDINYL UREA

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

IODOPROPYNYL BUTYLCARBAMATE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

ISOCETETH-20

Isoceteth-20 เป็น Polyethylene glycol ether ที่ผลิตขึ้นโดยการสังเคราะห์ของ Isocetyl Alcohol และทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์หรือสารเพิ่มการละลาย จึงสามารถผสานส่วนผสมที่ชอบน้ำมันให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลักได้

ISOHEXADECANE

Isohexadecane เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่มีปิโตรเคมีเป็นส่วนผสมซึ่งเป็นไฮโดรคาร์บอนที่บริสุทธิ์มาก สารชนิดนี้จะมอบสัมผัสเบาสบายและให้ความรู้สึกเรียบเนียน พร้อมปกป้องผิวไม่ให้ขาดน้ำ

ISOPROPYL MYRISTATE

Isopropyl Myristate เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น ส่วนหนึ่งของสารชนิดนี้ก็คือกรดไขมันจากธรรมชาติ อีกส่วนเล็กๆ ของโมเลกุลจะได้มาจากวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปีโตรเคมี ซึ่งจะช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและนุ่มละมุน

ISOPROPYL PALMITATE

Isopropyl palmitate เป็นเอสเตอร์ของ Palmitic acid และ Isopropyl alcohol ซึ่งส่วนผสมหลักมีที่มาจากพืชที่ปลูกทดแทนได้ใหม่ (ปาล์มและ/หรือน้ำมันในเมล็ดปาล์ม) อีกส่วนเล็กๆ ของโมเลกุลมาจากวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปีโตรเคมี สารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มชนิดนี้อ่อนโยนต่อผิว พร้อมทั้งมอบประสิทธิภาพด้านการฟื้นบำรุงและเสริมการทำงานของผิว ผิวคุณจึงนุ่มละมุนยิ่งขึ้น

ISOPROPYL STEARATE

Isopropyl stearate เป็นเอสเตอร์ของ Isopropyl alcohol และ Stearic acid ซึ่งส่วนผสมหลักมีที่มาจากพืชที่ปลูกทดแทนได้ใหม่ (ปาล์มและ/หรือน้ำมันในเมล็ดปาล์ม) อีกส่วนเล็กๆ ของโมเลกุลมาจากวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปีโตรเคมี โดยหลักแล้ว Stearate esters จะทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นบนผิวซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มละมุนและดูเรียบเนียน

LACTIC ACID

Lactic acid เป็น Alpha-hydroxy acid ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่พบได้ในผิวหนังชั้นนอกสุด และมีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้นรวมถึงมีฤทธิ์เร่งผลัดเซลล์ผิว Lactic มีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้น โดยจะช่วยลดการเกิดขุยบนผิวหนัง พร้อมทั้งปรับค่า pH บนผิวให้สมดุล นอกจากนี้ ยังช่วยรับมือกับอาการผิวแห้งกร้าน Lactic Acid ยังมีประสิทธิภาพด้านการสลายสิวอุดตันอีกด้วย ซึ่งจะยับยั้งการเกิดสิวอุดตันโดยช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว จึงป้องกันไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน ดังนั้นจึงช่วยจัดการกับปัญหาสิวได้ Alpha hydroxy acids (ตัวย่อ: AHAs) อยู่ในกลุ่มส่วนผสม เช่น Lactic acid และ Citric Acid AHAs พบได้ในผลไม้ เช่น องุ่นและเลมอน รวมถึงในอ้อยและนม จึงมักเรียกกันว่ากรดผลไม้ โดยจะนำมาใช้ในระดับความเข้มข้นต่ำเพื่อเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามปกติอย่างอ่อนโยน เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง เซลล์ผิวด้านบนสุดที่แห้งจะค่อยๆ ลอกออก จึงช่วยให้ผิวแลดูเนียนและดูดีกว่าที่เคย

LANOLIN

Lanolin เป็นผลพลอยได้ที่มีประโยชน์จากอุตสาหกรรมขนสัตว์ โดยเป็นสารธรรมชาติที่ได้จากการหลั่งน้ำมันในผิวหนังแกะ วงการเภสัชกรรมและเครื่องสำอางได้นำ Lanolin มาใช้กันอย่างแพร่หลายมานานหลายปี ซึ่งจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น นุ่มละมุนและบรรเทาอาการผิวแห้งแตกและเป็นขุย

LANOLIN ALCOHOL

ส่วนผสมชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มสารเคมีประเภทหนึ่งที่ชื่อว่าซิลิโคน ซึ่งทนต่อการสลายตัวทางกายภาพ ชีวภาพ จุลชีววิทยาและเคมีที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการจัดเตรียม การจัดเก็บและการใช้งานของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว

LAURAMIDOPROPYL BETAINE

Lauramidopropyl betaine เป็นสารลดแรงตึงผิวชนิดสองประจุที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว โดยสารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

LAURYL GLUCOSIDE

Lauryl Glucoside เกิดจากการทําปฏิกิริยาระหว่างแอลกอฮอล์ประเภทหนึ่งกับกลูโคส จนเกิดเป็นสารลดแรงตึงผิวที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้กันแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็ก ผิวหน้าและผิวกาย ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

LAURYL HYDROXYSULTAINE

Lauryl Hydroxysultaine เป็นสารลดแรงตึงผิวที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

LEVULINIC ACID

Levulinic acid รวมถึง Sodium levulinate (เกลือโซเดียมของ Levulinic acid) ที่มีลักษณะเหมือนกันจะใช้ผสมในทั้งผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและในเครื่องสำอางที่ได้รับการรับรอง Levulinic acid สามารถผลิตได้จากน้ำตาลซูโครสตามธรรมชาติ โดยจะใช้เป็นสารบำรุงผิวในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อช่วยให้สุขภาพผิวดี

LIMONENE - CITRUS FRESH HERBAL

ส่วนผสมชนิดนี้พบได้ทั่วไปในเอสเซนเชียลออยล์ โดยมีสัดส่วนที่แตกต่างกันตั้งแต่ปริมาณมาก (ส้ม เลมอน มะนาว ฯลฯ) ไปจนถึงปริมาณน้อย (ผักชีลาว ไธม์ คาราเวย์ ฯลฯ) Limonene สามารถพบได้ในทุกที่ รวมถึงในเครื่องดื่มต่างๆ (น้ำส้ม โคคา-โคลา ฯลฯ) โดยเป็นพืชตระกูลส้มที่มีชีวิตชีวา ให้ความรู้สึกสดชื่น หวานฉ่ำ และสะอาด

LINALOOL - FLORAL FRESH LAVENDAR

วัตถุดิบชนิดนี้พบได้ในเอสเซนเชียลออยล์จำนวนมากจากธรรมชาติ โดยมีสัดส่วนที่แตกต่างกันตั้งแต่ปริมาณมาก (ลาเวนเดอร์ โหระพา มะกรูด ฯลฯ) ไปจนถึงปริมาณน้อย (กุหลาบ เจอเรเนียม ดอกส้ม ผักชนิดต่างๆ หรือเนยแข็ง มินท์ ฯลฯ) หากคุณไปเยือนเมืองโพรวองซ์ที่มีทุ่งลาเวนเดอร์ คุณจะได้สัมผัสกับ Linalool ส่วนผสมชนิดนี้ให้ความสดชื่นจากดอกไม้นานาชนิด จึงใช้กันแพร่หลายและเป็นกลิ่นดอกไม้หลักที่ได้รับความนิยมสูง

MACADAMIA INTEGRIFOLIA SEED OIL

แมคคาเดเมียเป็นวงศ์พืชในตระกูลต้นซิลเวอร์ (Proteaceae) โดยเป็นที่รู้จักเพราะผลของต้นไม้ ซึ่งก็คือถั่วแมคคาเดเมียนั่นเอง แมคคาเดเมียมีด้วยกันสองสายพันธุ์ ได้แก่ Macadamia Integrifolia กับ Macadamia Tetraphylla ซึ่งพบได้ในควีนส์แลนด์ นิวเซาท์เวลส์และออสเตรเลียตะวันออกที่ค่อนข้างร้อนเท่านั้น มนุษย์นำส่วนต่างๆ ของแมคคาเดเมียมาใช้ เช่น ผลหรือเมล็ด นอกจากนี้ แมคคาเดเมียยังมีไขมัน (ส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหลายตำแหน่งและกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว) และวิตามินบีสูง แวดวงเครื่องสำอางจึงนำแมคคาเดเมียมาใช้เป็นน้ำมันพื้นฐานที่มีไขมัน

MAGNOLIA OFFICINALIS BARK EXTRACT

Magnolia Officinalis Bark Extract ที่มี Magnolol และ Honokiol จะช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวเพื่อการสังเคราะห์อดิโปเนคติน รวมถึงการเพิ่มจำนวนและขนาดของความจุเซลล์ ซึ่งเป็นส่วนผสมทรงประสิทธิภาพสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างผิวหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลชีพ

MALPIGHIA GLABRA FRUIT JUICE

Malpighia Glabra Fruit เรียกอีกชื่อว่าบาร์เบโดสเชอร์รี่หรืออะเซโรล่า ซึ่งเป็นไม้พุ่มหรือต้นไม้ขนาดเล็กประจำท้องถิ่นของอเมริกากลาง อเมริกาใต้ทางเหนือ เม็กซิโกและแคริเบียน ผลมีลักษณะคล้ายเชอร์รี่ เมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงเข้ม มนุษย์นำอะเซโรล่ามาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเนื่องจากผลอุดมด้วยวิตามินซี

MALTODEXTRIN

Maltodextrin เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ที่ใช้เป็นวัตถุเจือปนในอาหาร Maltodextrin ย่อยง่าย สามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นกลูโคส และให้ความหวานปานกลาง สารชนิดนี้ผลิตจากแป้งสตาร์ชจากผักที่ผ่านการไฮโดรไลซ์บางส่วนและมักพบได้ในแป้งสีขาวที่ดูดความชื้นได้ดีซึ่งผลิตจากเครื่องทำให้แห้งแบบพ่นฝอย เมื่อผสมในเครื่องสำอาง จะมีหน้าที่หลักคือเพิ่มความหนืดและเพิ่มความคงตัวให้อิมัลชั่น

MENTHA AQUATICA EXTRACT

สารสกัดวอเตอร์ มินท์ได้รับการผลิตโดยใช้กระบวนการสกัดที่อ่อนโยนซึ่งเหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยให้เก็บรักษาส่วนผสมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ ผลิตภัณฑ์ที่มีวอเตอร์ มินท์เป็นส่วนประกอบจะมีสรรพคุณช่วยให้รู้สึกสดชื่นและกระตุ้นให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า

METHYLCHLOROISOTHIAZOLINONE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

METHYLISOTHIAZOLINONE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

METHYLPARABEN

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

METHYLPROPANEDIOL

Methylpropanediol เป็น Glycol ออร์แกนิกสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวทำละลาย ในสูตรเครื่องสำอาง สารชนิดนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผิวในการซึมซับเครื่องสำอาง นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติด้านการเติมน้ำให้ผิวอย่างเห็นได้ชัด จึงช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและฉ่ำน้ำ

MIPA-LAURETH SULFATE

MIPA Laureth Sulfosuccinate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

MYRISTIC ACID

Myristic Acid เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่พบได้ตามธรรมชาติในอาหารบางอย่าง เช่น ลูกจันทน์เทศ ปาล์มน้ำมัน น้ำมันมะพร้าวและเนย Myristic Acid บริสุทธิ์จะมีลักษณะเป็นของแข็งคล้ายผลึกเงาวาว มีสีขาวหรือเหลืองอ่อน

MYRISTYL ALCOHOL

Myristyl Alcohol มักพบได้ในน้ำมันหรือไขมันจากผัก ด้วยเหตุนี้ จึงเรียก Myristyl Alcohol ว่าแอลกอฮอล์ไขมัน สารสกัดชนิดนี้ใช้ในสูตรเครื่องสำอางจำนวนมากเนื่องจากจะช่วยเพิ่มความคงตัวของอิมัลชั่นและเนื้อสัมผัสของสูตรผลิตภัณฑ์ เช่น ในครีมหรือโลชั่น Myristyl Alcohol จะก่อตัวเป็นของแข็งสีขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นสารประกอบที่ช่วยเพิ่มความเสถียรโดยสามารถจับตัวกับน้ำได้

N-BUTYLPARABEN

ส่วนผสมชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มพาราเบน ซึ่งเป็นสารกันเสียที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคงความสดใหม่อยู่เสมอเพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างปลอดภัย เพราะหากไม่มีสารกันเสีย เช่น พาราเบน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายชนิดจะเสียในไม่นานหลังเปิดฝา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ พาราเบนมีคุณสมบัติในการรักษาโลชั่นดูแลผิวกาย ครีมดูแลผิวหน้า หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่คุณชื่นชอบให้คงความสดใหม่เช่นเดียวกับวันแรกที่คุณเปิดใช้

NELUMBIUM SPECIOSUM FLOWER EXTRACT

ในวัฒนธรรมเอเชียจำนวนมาก ดอกบัวมีความหมายในเชิงศาสนาอย่างเห็นได้ชัดมายาวนานและถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ธรรมชาติที่สะอาด ความอุดมสมบูรณ์ และความรัก สารสกัดจากดอกบัวจะผลิตโดยกรรมวิธีการสกัดที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับนำมาใช้ถนอมส่วนผสมจากธรรมชาติ นอกจากนี้ ดอกบัวยังมีปรากฏการณ์หยดน้ำตามธรรมชาติ หรือที่เรียกกันว่าปรากฏการณ์นํ้ากลิ้งบนใบบัว เพราะดอกบัวจะมีผิวที่ทําความสะอาดตัวเองได้ ทำให้น้ำไหลลงไปรวมตัวกันเป็นหยดน้ำ จึงช่วยทำความสะอาดพื้นผิวที่มีฝุ่นละอองติดอยู่ เราทราบกันดีว่าผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากดอกบัวจะช่วยให้ผิวกระชับได้เล็กน้อย พร้อมทั้งมอบความผ่อนคลาย

OCTOCRYLENE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

OCTYLACRYLAMIDE/ACRYLATES/BUTYLAMINOETHYL METHACRYLATE COPOLYMER

ส่วนผสมชนิดนี้ช่วยให้ผมอยู่ทรงโดยป้องกันไม่ให้ผมดูดซับความชุ่มชื้นและปกป้องผมจากการเกิดประจุไฟฟ้า โดยจะสร้างชั้นเคลือบบางๆ บนผิว เส้นผมหรือเล็บ ทั้งนี้ Copolymer เป็นโพลีเมอร์ที่ได้จากการผสมสารประกอบเคมีขนาดเล็กที่เรียกว่ามอนอเมอร์เข้ากับโมเลกุลขนาดใหญ่มากซึ่งมีคุณสมบัติต่างกันมาก

OCTYLDODECANOL

ส่วนผสมชนิดนี้ได้มาจากวัตถุดิบจากพืชที่ผลิตทดแทนได้และยังผลิตได้จากวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปีโตรเคมี ในแวดวงเครื่องสำอาง มีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายโดยใช้เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มเนื่องจากมีความสามารถในการซึมผ่านที่ดีและคุณสมบัติด้านการละลายที่ดีสำหรับสารป้องกันแสง UV และเม็ดสี จึงเหมาะสำหรับครีม โลชั่น ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายและเครื่องสำอาง พร้อมช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและนุ่มละมุน

OENOTHERA BIENNIS OIL

Oenothera Biennis Oil เป็นหนึ่งในน้ำมันพืชธรรมชาติที่ถือเป็นแหล่งกรดไขมันโอเมก้า 6 ในอาหาร ซึ่งได้มาจากอีฟนิ่งพริมโรส ในเครื่องสำอาง สารชนิดนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ปราการผิวโดยเสริมกรดไขมันและลิพิดที่จำเป็นให้กับผิว รวมถึงยังให้ความชุ่มชื้นพร้อมปลอบประโลมผิวแห้งและหนังศีรษะ

OLEIC ACID

Oleic acid เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเป็นสารประกอบหลักในฟอสโฟลิพิดของเยื่อผิวมนุษย์ กรดไขมันจากพืชที่ผลิตทดแทนได้ชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มในผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว ปกติแล้ว Oleic acid จะใช้ในสบู่ ครีมและโลชั่น

ORYZA SATIVA EXTRACT

ข้าวหอมนิลมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อว่าข้าวต้องห้าม เนื่องจากในอดีต ข้าวที่หายากชนิดนี้จะสงวนไว้สำหรับฮ่องเต้และราชวงศ์เท่านั้น สารสกัดข้าวหอมนิลได้รับการผลิตโดยใช้กระบวนการสกัดที่อ่อนโยนซึ่งเหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยให้เก็บรักษาส่วนผสมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ จึงมีจุลธาตุและแร่ธาตุจำนวนมากโดยเฉพาะธาตุเหล็กและโปรตีน

OZOKERITE

ส่วนผสม* มิเนอรัล ออยล์ชนิดนี้เป็นไขมันจากฟอสซิล โดยส่วนผสมที่มีความบริสุทธิ์สูงจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ (น้ำมัน เจล ฯลฯ) และไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส มิเนอรัล ออยล์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ Paraffinum Liquidum ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์แบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ มิเนอรัล ออยล์สังเคราะห์ซึ่งไม่มีสารอื่นเจือปนตั้งแต่กระบวนการผลิต และมิเนอรัล ออยล์จากปิโตรเคมี ซึ่งเป็นมิเนอรัล ออยล์ที่ผ่านการกลั่นโดยได้มาจากการทำให้ฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ มีความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดเภสัชกรรม ดังนั้นจึงมีความบริสุทธิ์สูง คุณสมบัติหลักของส่วนผสมกลุ่มนี้ก็คือการปกป้องผิวไม่ให้ขาดน้ำ นอกจากนี้ ส่วนผสมเหล่านี้ยังช่วยพัฒนาคุณภาพของเนื้อสัมผัสและยังมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและลบเครื่องสำอาง * หากต้องการค้นพบส่วนผสมเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ของเรา โปรดตรวจสอบรายชื่อส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์ โดยคุณสามารถค้นหาส่วนผสมที่มีมิเนอรัล ออยล์ได้อย่างง่ายดายจากชื่อต่างๆ เช่น "paraffinum liquidum", "cera microcristallina", "ozokerite", "paraffin" และ "แว็กซ์สังเคราะห์"

P-ANISIC ACID

p-Anisic acid เป็นของแข็งสีขาวที่โปร่งแสงเหมือนผลึก พบได้ตามธรรมชาติในต้นยี่หร่า ซึ่งเป็นพืชแถบเมดิเตอร์เรเนียนที่อยู่ในตระกูลพาร์สลีย์ เพาะปลูกเพื่อนำเมล็ดที่มีกลิ่นหอมมาใช้ในการประกอบอาหารและใช้เป็นยาสมุนไพร นอกจากนี้ ส่วนผสมชนิดนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีคุณสมบัติด้านการฆ่าเชื้อ

PALMITAMIDOPROPYLTRIMONIUM CHLORIDE

Palmitamidopropyltrimonium Chloride คือเกลือควอเทอร์นารีแอมโมเนียม (เกลือแอมโมเนียมชนิดจตุรภูมิ) ซึ่งช่วยให้ผมจัดทรงง่ายและป้องกันหรือยับยั้งการเกิดไฟฟ้าสถิต จึงมีการนำมาผสมในสูตรครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ย้อมผมและผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม

PARAFFIN

ส่วนผสม* มิเนอรัล ออยล์ชนิดนี้เป็นไขมันจากฟอสซิล โดยส่วนผสมที่มีความบริสุทธิ์สูงจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ (น้ำมัน เจล ฯลฯ) และไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส มิเนอรัล ออยล์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ Paraffinum Liquidum ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์แบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ มิเนอรัล ออยล์สังเคราะห์ซึ่งไม่มีสารอื่นเจือปนตั้งแต่กระบวนการผลิต และมิเนอรัล ออยล์จากปิโตรเคมี ซึ่งเป็นมิเนอรัล ออยล์ที่ผ่านการกลั่นโดยได้มาจากการทำให้ฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ มีความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดเภสัชกรรม ดังนั้นจึงมีความบริสุทธิ์สูง คุณสมบัติหลักของส่วนผสมกลุ่มนี้ก็คือการปกป้องผิวไม่ให้ขาดน้ำ นอกจากนี้ ส่วนผสมเหล่านี้ยังช่วยพัฒนาคุณภาพของเนื้อสัมผัสและยังมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและลบเครื่องสำอาง
 
* หากต้องการค้นพบส่วนผสมเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ของเรา โปรดตรวจสอบรายชื่อส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์ โดยคุณสามารถค้นหาส่วนผสมที่มีมิเนอรัล ออยล์ได้อย่างง่ายดายจากชื่อต่างๆ เช่น "paraffinum liquidum", "cera microcristallina", "ozokerite", "paraffin" และ "แว็กซ์สังเคราะห์"

PARAFFINUM LIQUIDUM

ส่วนผสม* มิเนอรัล ออยล์ชนิดนี้เป็นไขมันจากฟอสซิล โดยส่วนผสมที่มีความบริสุทธิ์สูงจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ (น้ำมัน เจล ฯลฯ) และไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส มิเนอรัล ออยล์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ Paraffinum Liquidum ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์แบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ มิเนอรัล ออยล์สังเคราะห์ซึ่งไม่มีสารอื่นเจือปนตั้งแต่กระบวนการผลิต และมิเนอรัล ออยล์จากปิโตรเคมี ซึ่งเป็นมิเนอรัล ออยล์ที่ผ่านการกลั่นโดยได้มาจากการทำให้ฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ มีความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดเภสัชกรรม ดังนั้นจึงมีความบริสุทธิ์สูง คุณสมบัติหลักของส่วนผสมกลุ่มนี้ก็คือการปกป้องผิวไม่ให้ขาดน้ำ นอกจากนี้ ส่วนผสมเหล่านี้ยังช่วยพัฒนาคุณภาพของเนื้อสัมผัสและยังมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและลบเครื่องสำอาง
 
* หากต้องการค้นพบส่วนผสมเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ของเรา โปรดตรวจสอบรายชื่อส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์ โดยคุณสามารถค้นหาส่วนผสมที่มีมิเนอรัล ออยล์ได้อย่างง่ายดายจากชื่อต่างๆ เช่น "paraffinum liquidum", "cera microcristallina", "ozokerite", "paraffin" และ "แว็กซ์สังเคราะห์"

PEG-12 DIMETHICONE

ซิลิโคน* เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติหลักของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น นั่นก็คือจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือผลิตภัณฑ์สำหรับแต่งหน้ามีเนื้อเรียบเนียนดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

PEG-2 HYDROGENATED CASTOR OIL

PEG-2 HYDROGENATED CASTOR OIL เกิดจากการผสม Polyethylene Glycol (PEG) สังเคราะห์กับน้ำมันละหุ่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นน้ำมันพืชที่ได้จากการบีบอัดเมล็ดต้นน้ำมันละหุ่ง (Ricinus communis) โดยจะมีกลิ่นไขมันจางๆ สารชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ สารลดแรงตึงผิวและเป็นส่วนผสมในน้ำหอม เราสามารถใส่ PEG-40 Hydrogenated Castor Oil ลงในสูตรเครื่องสำอางเพื่อช่วยให้ส่วนผสมที่เป็นหยดคงการกระจายตัวไว้ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเสถียรของผลิตภัณฑ์ จึงทำให้สารสำคัญที่มีประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสามารถกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ

PEG-200 HYDROGENATED GLYCERYL PALMATE

PEG-200 Hydrogenated Glyceryl Palmate บางส่วนได้มาจากธรรมชาติ (ปาล์มน้ำมัน) และบางส่วนได้มาจากการสังเคราะห์ PEG-200 Hydrogenated Glyceryl Palmate เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่มีฤทธิ์อ่อนมาก มักใช้เพื่อเพิ่มความหนืดให้กับเจลอาบน้ำและแชมพู

PEG-3 DISTEARATE

PEG-3 Distearate จะช่วยสร้างอิมัลชั่นโดยลดความตึงผิวของสารที่จะทําอิมัลชั่น รวมถึงช่วยให้ส่วนผสมอื่นๆ ละลายในตัวทำละลายที่ตามปกติจะละลายไม่ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเจลอาบน้ำและแชมพูเพื่อทำให้สูตรมีความข้นและมีเนื้อคล้ายไข่มุก

PEG-40 CASTOR OIL

PEG-40 CASTOR OIL เกิดจากการผสม Polyethylene Glycol (PEG) สังเคราะห์กับน้ำมันละหุ่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นน้ำมันพืชที่ได้จากการบีบอัดเมล็ดต้นน้ำมันละหุ่ง (Ricinus communis) โดยจะมีกลิ่นไขมันจางๆ สารชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ สารลดแรงตึงผิวและเป็นส่วนผสมในน้ำหอม เราสามารถใส่ PEG-40 Hydrogenated Castor Oil ลงในสูตรเครื่องสำอางเพื่อช่วยให้ส่วนผสมที่เป็นหยดคงการกระจายตัวไว้ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเสถียรของผลิตภัณฑ์ จึงทำให้สารสำคัญที่มีประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสามารถกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ

PEG-45/DODECYL GLYCOL COPOLYMER

PEG-45/Dodecyl Glycol Copolymer เป็นโพลีเมอร์ที่ผลิตจากการสั่งเคราะห์ Polyoxymethylene และ Polydodecyl Glycol ซึ่งมีบทบาทในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลผิวโดยเป็นสารให้ความคงตัวในอิมัลชั่น สารบำรุงผิว และสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม ทั้งยังช่วยปกป้องผิวไม่ให้ขาดน้ำ

PEG-7 GLYCERYL COCOATE

PEG-7 Glyceryl Cocoate ทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นบนผิวซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มละมุนและดูเรียบเนียน นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างอิมัลชั่นโดยลดความตึงผิวของสารที่จะทําอิมัลชั่น

PEG-7 HYDROGENATED CASTOR OIL

PEG-7 Hydrogenated Castor Oil เป็นอนุพันธ์ Polyethylene Glycol ของ Hydrogenated Castor Oil ที่ผลิตโดยการสังเคราะห์ ซึ่งในสูตรเครื่องสำอาง จะทำหน้าที่เป็นส่วนผสมในน้ำหอม สารบำรุงผิว และสารทําอิมัลชั่นที่เป็นสารลดแรงตึงผิว ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดเภสัชกรรม ดังนั้นจึงมีความบริสุทธิ์สูง

PEG/PPG-17/18 DIMETHICONE

PEG/PPG-18/18 Dimethicone จัดอยู่ในกลุ่มซิลิโคน ซึ่งทนต่อการสลายตัวทางเคมี กายภาพ ชีวภาพ และจุลชีววิทยาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการจัดเตรียม การจัดเก็บและการใช้งานของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว

PEG/PPG-18/18 DIMETHICONE

PEG/PPG-17/18 Dimethicone จัดอยู่ในกลุ่มโพลีเมอร์ที่เป็นซิลิโคนซึ่งผลิตโดยการสังเคราะห์ ซิลิโคนทนต่อการสลายตัวทางเคมี กายภาพ ชีวภาพ และจุลชีววิทยา จึงมีการนำมาใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวจำนวนมาก
PEG/PPG-17/18 Dimethicone เป็นอิมัลซิไฟเออร์และช่วยเสริมการก่อตัวของส่วนผสมซึ่งเป็นของเหลวที่ไม่รวมเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น น้ำกับน้ำมัน ให้มีความคงตัวโดยแปลงแรงตึงผิวระหว่างส่วนผสมทั้งคู่

PENTYLENE GLYCOL

Pentylene Glycol เป็นสารสังเคราะห์ที่ช่วยกักเก็บน้ำซึ่งใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม โดยมีการใช้เป็นตัวทำละลายและสารกันเสียรองลงมา สารชนิดนี้ละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน รวมถึงมีคุณสมบัติจับความชื้นและต้านจุลชีพ Pentylene Glycol เป็นสารสังเคราะห์ที่ช่วยกักเก็บน้ำซึ่งใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม โดยมีการใช้เป็นตัวทำละลายและสารกันเสียรองลงมา สารชนิดนี้ละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน รวมถึงมีคุณสมบัติจับความชื้นและต้านจุลชีพ

PERSEA GRATISSIMA OIL

น้ำมันอะโวคาโดเป็นน้ำมันจากผลอะโวคาโดซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea americana น้ำมันสกัดที่รับประทานได้ชนิดนี้ใช้เป็นทั้งส่วนผสมและน้ำมันประกอบอาหาร รวมถึงยังเป็นที่ชื่นชอบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางเนื่องจากคุณสมบัติด้านการฟื้นบำรุงและการให้ความชุ่มชื้น มนุษย์ใช้น้ำมันอะโวคาโดมาตั้งแต่สมัยแอซแทคและยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจนถึงทุกวันนี้ โดยจะซึมซาบราวกับละลายเข้าสู่ผิว ผิวคุณจึงนุ่มละมุนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ อะโวคาโดยังได้รับการยกย่องในด้านโภชนาการ รวมถึงได้รับการชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเนื่องจากอุดมด้วยวิตามิน คุณค่าทางโภชนาการ โปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระและไขมันดี

PHENOXYETHANOL

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป)
สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์
เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ
การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

PHENYLBENZIMIDAZOLE SULFONIC ACID

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

POLYGLYCERYL-2 CAPRATE

ส่วนผสมชนิดนี้ใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์จากพืชที่อ่อนโยน ช่วยให้ผิวนุ่มละมุนยิ่งขึ้น

POLYGLYCERYL-3 DIISOSTEARATE

Polyglyceryl-3 Diisostearate เป็นไดเอสเตอร์ที่สร้างขึ้นจาก Polyglycerol ที่มี Glycerol สามอะตอมและ Isostearic Acid สองอะตอม ทั้ง Polyglycerol และ Isostearic Acid ได้มาจากพืช 100% ส่วนผสมชนิดนี้เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มและอิมัลซิไฟเออร์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับสูตรที่มีน้ำในน้ำมัน ซึ่งบอบบางและอ่อนโยนต่อผิวมาก จึงเป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเพื่อผิวบอบบางแพ้ง่าย นอกจากนี้ Polyglyceryl-3 Diisostearate ยังเหมาะสำหรับสูตรผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับทั้งผิวและเส้นผม

POLYGLYCERYL-3 DISTEARATE

Polyglyceryl-3 Distearate ทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ชนิดน้ำมันในน้ำที่ไม่มีประจุ โดยใช้ในผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์ที่มีสีสัน ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่อยู่ในรูปแบบของอิมัลชั่นซึ่งมีน้ำมันธรรมชาติและสารป้องกันแสงแดดเข้มข้นสูง

POLYGLYCERYL-4 DIISOSTEARATE/POLYHYDROXYSTEARATE/SEBACATE

Polyglyceryl-4 Diisostearate/Polyhydroxystearate/Sebacate เป็นไดเอสเตอร์ที่ผลิตขึ้นโดยสังเคราะห์ส่วนผสมของ Isostearic Acid, Polyhydroxystearic และ Sebacic Acids ที่มี Polyglycerin-4 แวดวงเครื่องสำอางจะใช้เป็นสารทําอิมัลชั่น สารให้ความคงตัวในอิมัลชั่น สารลดแรงตึงผิวสำหรับสูตรของครีมและโลชั่น ผลิตภัณฑ์กันแดดและผลิตภัณฑ์สีสันที่มีน้ำ/น้ำมันเป็นส่วนผสม สารชนิดนี้จะให้สัมผัสเบาสบายผิวโดยไม่เหนียวเหนอะหนะ

POLYQUATERNIUM-10

Polyquaternium-10 เป็นโพลีเมอร์จากเซลลูโลส เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม จะช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิต พร้อมช่วยให้เส้นผมดูมีชีวิตชีวาและสลวย โดยเคลือบเส้นผม เพิ่มความนุ่มลื่นหรือเงาวาว หรือฟื้นบำรุงผมเสียจากการทำเคมีหรือสาเหตุอื่น

POLYQUATERNIUM-4

Polyquaternium-4 เป็นโพลีเมอร์จากเซลลูโลส เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม จะช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิต พร้อมช่วยให้เส้นผมดูมีชีวิตชีวาและสลวย โดยเคลือบเส้นผม เพิ่มความนุ่มลื่นหรือเงาวาว หรือฟื้นบำรุงผมเสียจากการทำเคมีหรือสาเหตุอื่น

POLYQUATERNIUM-47

Polyquaternium -47 เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเพื่อจัดทรงและช่วยให้ผมอยู่ทรง

POLYQUATERNIUM-68

Polyquaternium -68 เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเพื่อจัดทรงและช่วยให้ผมอยู่ทรง

POLYQUATERNIUM-7

Polyquaternium -7 เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ซึ่งมักใช้ในเจลอาบน้ำเพื่อเพิ่มความรื่นรมย์ขณะใช้ ส่วนในแชมพู จะช่วยให้เส้นผมดูมีชีวิตชีวาหลังสระ รวมถึงช่วยให้ผมหวีง่ายขึ้น

POLYSILICONE-15

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

PPG-14 BUTYL ETHER

PPG-14 Butyl Ether เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่ช่วยดูแลผิวให้ดูดี พร้อมให้ความรู้สึกเรียบเนียน "PPG-" หมายถึงอนุพันธ์ของ (Polypropylenglycol-) วัตถุดิบจาก PPG มีประวัติอันยาวนานในแวดวงเครื่องสำอางและเภสัชกรรม เนื่องจากมีความปลอดภัยต่อผิวแต่ไม่สามารถย่อยสลายในทางชีวภาพ

PROPYLENE GLYCOL

ปกติแล้ว Propylene Glycol จะได้มาจากมิเนอรัล ออยล์ แต่ก็สามารถผลิตจากวัตถุดิบจากพืชได้เช่นกัน ในเครื่องสำอาง จะใช้เป็นสารที่ช่วยกักเก็บน้ำและสารเพิ่มความนุ่มในแชมพู ครีมดูแลผิวและโลชั่นดูแลผิวกาย

PROPYLPARABEN

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป)
สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์
เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ
การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

PRUNUS AMYGDALUS DULCIS OIL
/ ALMOND OIL

Almond oil ได้จากการนำเมล็ดอัลมอนด์สุกในผลหวานหอมที่ปอกเปลือกแล้วของต้นอัลมอนด์มาสกัดเย็นแล้วนำไปกลั่น น้ำมันสีทองกลิ่นอัลมอนด์หวานละมุนชนิดนี้ใช้ในทางการแพทย์และในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมาหลายศตวรรษ อัลมอนด์เป็นของขบเคี้ยวที่ทั้งอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง นอกจากนี้ น้ำมันที่สกัดได้จากอัลมอนด์ยังเหมาะสำหรับผิวทุกประเภท โดยเฉพาะผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย Almond oil มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง (90 เปอร์เซ็นต์) และยังมีกรดไลโนเลอิก 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกรดไลโนเลอิกเป็นสารชนิดหนึ่งที่ผลิตขึ้นได้เองในผิวมนุษย์

PSIDIUM GUAJAVA FRUIT EXTRACT

สารสกัดฝรั่งจะได้รับการผลิตโดยใช้กระบวนการสกัดที่อ่อนโยนซึ่งเหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยให้เก็บรักษาส่วนผสมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ ฝรั่งเป็นผลไม้พิเศษที่เพาะปลูกในประเทศเขตกึ่งร้อนและเขตร้อน โดยจัดอยู่ในกลุ่มต้นไม้โบราณและทราบกันดีว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงอย่างยิ่งเพราะฝรั่งอุดมด้วยวิตามินซี ธาตุเหล็กและแคลเซียม วิตามินซียังนิยมเรียกกันว่า Ascorbic Acid ซึ่งนำมาใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารปรับความเป็นกรด-ด่างในสูตรเครื่องสำอางจำนวนมาก

RICINUS COMMUNIS SEED OIL

Ricinus Communis Seed Oil เป็นน้ำมันซึ่งไม่เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง (non-drying oil) ได้จากเมล็ด Ricinus communis โดยมีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหลายตำแหน่งในปริมาณมาก จึงทำให้มีความเหลวที่สม่ำเสมอ น้ำมันชนิดนี้ใช้เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่มีประสิทธิภาพ ช่วยดูแลผิวให้ดูดี รวมถึงยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์และสารหล่อลื่นที่ไม่อุดตันรูขุมขนในครีม โลชั่นและผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดสี

SILICA

Silica หรือที่เรียกว่า Silicon Dioxide เป็นผงแป้งเนื้อละเอียดจากแร่ธาตุ ซึ่งในสูตรเครื่องสำอางจะใช้เป็นสารเพิ่มความหนืดในน้ำมันหรืออิมัลชั่น นอกจากนี้ Silica จะให้ผลลัพธ์ด้านการควบคุมความมันบนผิวเมื่อผสมในอิมัลชั่นเนื่องจากมีคุณสมบัติดูดซับน้ำมัน และยังสามารถใช้เป็นสารขัดผิวได้โดยขึ้นอยู่กับชนิด

SILICA DIMETHYL SILYLATE

Silica Dimethyl Silylateis เป็น Fumed Silica ดัดแปรที่ไม่ละลายในน้ำ โดยเป็นวัตถุดิบสังเคราะห์ที่ไม่รวมตัวกับน้ำและสามารถลดความเหนียวในอิมัลชั่นเข้มข้นได้ จึงช่วยให้ผิวรู้สึกเหนอะหนะน้อยลง ทั้งนี้ สูตรผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันผสมจะสามารถทำให้หนืดขึ้นได้ด้วย Silica Dimethyl Silylate

SIMETHICONE

ซิลิโคน* เป็นส่วนผสมสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบของน้ำมันและเจลซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่หนืดมากกว่าหรือน้อยกว่า โดยเป็นส่วนผสมที่สังเคราะห์จากซิลิคอนซึ่งเป็นสารประกอบแร่ธาตุที่พบได้ในธรรมชาติเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับซิลิกาซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของทราย คุณสมบัติหลักของซิลิโคน ออยล์เมื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือความนุ่มลื่น นั่นก็คือจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมหรือผลิตภัณฑ์สำหรับแต่งหน้ามีเนื้อเรียบเนียนดุจแพรไหม เกลี่ยง่าย ให้สัมผัสที่หรูหรา รวมถึงให้ความแวววาวและนุ่มละมุนเมื่อผสมในแชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ* หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีซิลิโคนหรือไม่ โปรดดูรายการส่วนผสมในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจอยู่ในชื่อต่างๆ เช่น "dimethicone", "cyclomethicone", "dimethiconol" และ "amodimethicone"

SIMMONDSIA CHINENSIS SEED OIL / JOJOBA SEED OIL

Simmondsia Chinensis Seed Oil เป็นแว็กซ์เหลวจากธรรมชาติโดยผลิตจากเมล็ดโจโจ้บา ซึ่งเป็นผลไม้ลักษณะคล้ายมะกอกที่เรียกกันอีกชื่อว่าลูกกาแฟ (coffeeberry) เอสเตอร์ของแว็กซ์ที่ต่อกันเป็นโซ่ตรงจะมีพันธะคู่ซึ่งทำให้มีลักษณะเป็นของเหลว น้ัำมันชนิดนี้จะไม่เหม็นหืนและผ่านการทดสอบแล้วว่าช่วยบำรุงผิว จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในสูตรเครื่องสำอางต่างๆ เช่น ครีมบำรุงผิวหน้า โลชั่นดูแลผิวกาย น้ำมันบำรุงผิว และครีมนวดผม โดย Simmondsia Chinensis Seed Oil จะเกลี่ยง่าย ซึมซาบละลายเข้าสู่ผิว และช่วยให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส

SODIUM BENZOATE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นโดยมีบทบาทสำคัญคือปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

SODIUM CETEARYL SULFATE

Sodium Cetearyl Sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิวที่อยู่ในกลุ่ม Alkyl sulfates ใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว Sodium Cetearyl Sulfate เป็นเกลือโซเดียมที่ได้จากการผสม Cetyl sulfate เข้ากับ Stearyl sulfate มีลักษณะเป็นผงสีขาวจนถึงสีเหลืองอ่อน ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว Sodium Cetearyl Sulfateis จะใช้ผสมในสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม โดยรวมถึงแชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ

SODIUM COCOAMPHOACETATE

Sodium Cocoamphoacetate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบ ซึ่งจะทำความสะอาดผิวและเส้นผมโดยช่วยให้น้ำผสมกับน้ำมันและสิ่งสกปรก เพื่อให้สามารถชำระล้างสิ่งเหล่านี้ออกไปได้ Sodium Cocoamphoacetate จะช่วยเพิ่มความสามารถในการก่อโฟมหรือทำให้โฟมคงตัวเนื่องจากเป็นสารลดแรงตึงผิวร่วม

SODIUM COCOATE

Sodium Cocoate เป็นเกลือของกรดไขมันจากมะพร้าว ซึ่งใช้ในการผลิตสบู่เป็นหลัก

SODIUM COCOYL ISETHIONATE

Sodium Cocoyl Isethionate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบ ซึ่งจะทำความสะอาดผิวและเส้นผมโดยช่วยให้น้ำผสมกับน้ำมันและสิ่งสกปรก เพื่อให้สามารถชำระล้างสิ่งเหล่านี้ออกไปได้

SODIUM CHLORIDE

Sodium Chloride เป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์และสัตว์ ซึ่งยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อว่าเกลือบริโภค Sodium Chloride มีประสิทธิภาพด้านการควบคุมการเพิ่มความหนืดและการพองตัว โดยสร้างผลึกไม่มีสีซึ่งก่อตัวเป็นโครงสร้าง Sodium Chloride ที่มีผลึกแบบลูกบาศก์ นอกจากนี้ Sodium chloride ยังเป็นสารประกอบสำคัญในโภชนาการของมนุษย์ โดยร่างกายของผู้ใหญ่จะมี Sodium chloride อยู่ประมาณ 150 ถึง 300 กรัม

SODIUM HYALURONATE

Sodium Hyaluronate เป็นเกลือโซเดียมของ Polysacharide Hyaluronic Acid (Hyaluron) ในร่างกาย โดยจะแตกตัวเป็น Hyaluronic Acid ซึ่งมีหน้าที่เฉพาะตัวทางชีววิทยาในผิว โดยขึ้นอยู่กับขนาดโมเลกุล Hyaluronic Acid ของโมเลกุลที่มีน้ำหนักเบาจะกระตุ้นให้การสังเคราะห์ Hyaluronic Acid ในผิวทำงานในชั้นผิวหนังที่ลึกขึ้น จึงช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้นรวมถึงชะลอการเกิดเส้นและริ้วรอยใหม่ Hyaluronic Acid ของโมเลกุลที่มีน้ำหนักมากจะสามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 1,000 เท่าของน้ำหนักโมเลกุล จึงทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์

SODIUM LACTATE

Sodium Lactate เป็น Alpha-hydroxy acid ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่พบได้ในผิวหนังชั้นนอกสุด และมีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้นรวมถึงมีฤทธิ์เร่งผลัดเซลล์ผิว Sodium Lactate มีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้น โดยจะช่วยลดการเกิดขุยบนผิวหนัง พร้อมทั้งปรับค่า pH บนผิวให้สมดุล นอกจากนี้ ยังช่วยรับมือกับอาการผิวแห้งกร้าน Sodium Lactate ยังมีประสิทธิภาพด้านการสลายสิวอุดตันอีกด้วย ซึ่งจะยับยั้งการเกิดสิวอุดตันโดยช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว จึงป้องกันไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน

SODIUM LAURETH SULFATE

Sodium Laureth Sulfateis เป็น Ethoxylated alcohol ที่ทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบ ซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเป็นหลัก เช่น สบู่มีฟองสำหรับอ่างอาบน้ำ เจลอาบน้ำและแชมพู เนื่องจากมีคุณสมบัติด้านการทำความสะอาด การก่อโฟมและการเพิ่มความหนืดที่มีประสิทธิภาพ

SODIUM LEVULINATE

Levulinic acid รวมถึง Sodium levulinate (เกลือโซเดียมของ Levulinic acid) ที่มีลักษณะเหมือนกันจะใช้ผสมในทั้งผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและในเครื่องสำอางที่ได้รับการรับรอง Levulinic acid สามารถผลิตได้จากน้ำตาลซูโครสตามธรรมชาติ โดยจะใช้เป็นสารบำรุงผิวในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อช่วยให้สุขภาพผิวดี

SODIUM METHYL COCOYL TAURATE

Sodium Methyl Cocoyl Taurate เป็นสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในการผลิตสบู่เป็นหลัก

SODIUM METHYLPARABEN

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป)
สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์
เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ
การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

SODIUM MYRETH SULFATE

Sodium Myreth Sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

SODIUM PALM KERNELATE

Sodium Palm Kernelate สกัดได้จากน้ำมันในเมล็ดปาล์มและมักใช้ในการผลิตสบู่ โดยมีคุณสมบัติก่อโฟมได้ดีและช่วยทําอิมัลชั่น

SODIUM SALICYLATE

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารกันเสียซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อควบคุม (ภาคผนวก V ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางของสหภาพยุโรป) สารกันเสียเช่นสารที่ได้รับการตรวจสอบในที่นี้ได้รับการคิดค้นขึ้นโดยมีบทบาทสำคัญช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เสื่อมสภาพและไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ระหว่างการจัดเก็บและการใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เราจึงวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เพราะผิวของเรามักมีแบคทีเรีย ยีสต์และเชื้อราอยู่เสมอ รวมถึงในอากาศรอบตัวเราและแม้แต่ในน้ำที่เราดื่ม สิ่งเหล่านี้จึงอาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ระหว่างการใช้งานตามปกติ การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณรอบดวงตาและบนผิวอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่หากปริมาณการปนเปื้อนสูง แต่สารกันเสียจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้โดยยับยั้งการขยายตัวของจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ สารกันเสียส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้แก่ Phenoxethanol และ Parabens

SODIUM STARCH OCTENYLSUCCINATE

Sodium Starch Octenylsuccinate เป็นแป้งสตาร์ชดัดแปรที่ละลายในน้ำมันได้ดีซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับความมันหรือน้ำมันได้มาก ปกติแล้ว แป้งสตาร์ชข้าวโพดที่นำมาใช้นั้นได้มาจากธรรมชาติ นอกจากนี้ Sodium Starch Octenylsuccinate ยังสามารถละลายได้ในน้ำเย็นและทำให้อิมัลชั่นมีความคงตัว

SODIUM STEARATE

ปกติแล้ว จะมีการนำเกลือสเตียเรตมาใช้เนื่องจากคุณสมบัติด้านการหล่อลื่น รวมถึงยังช่วยป้องกันไม่ให้สารประกอบน้ำมันและของเหลวในอิมัลชั่นแยกออกจากกัน นอกจากนี้ Stearate salts จะเพิ่มความหนืดของส่วนที่เป็นไขมัน (น้ำมัน) ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว พร้อมทั้งลดความใสหรือความโปร่งแสงของผลิตภัณฑ์สำเร็จ

SODIUM STEAROYL GLUTAMATE

ส่วนผสมชนิดนี้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้ โดยผลิตจากกรดอะมิโนและมีคุณสมบัติด้านการทำความสะอาดและดูแลผิว รวมถึงช่วยให้สุขภาพผิวดี Sodium Stearoyl Glutamate มีความเป็นกรด-ด่างเท่ากันกับผิว จึงมีความอ่อนโยนสูง ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ

SODIUM TALLOWATE

Sodium Tallowate เป็นเกลือของไขมันที่ได้จากเนื้อเยื่อแกะหรือปศุสัตว์ โดยจะทำหน้าที่เป็นสบู่

SODIUM XYLENE SULFONATE

Sodium Xylene Sulfonate เป็นสารลดแรงตึงผิวไอออนลบซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน

SORBITOL

Sorbitol เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวโดยป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยเพิ่มความหนืดให้ผลิตภัณฑ์และช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่ดีอีกด้วย

SQUALANE

Squalane เป็นน้ำมันที่ไร้กลิ่น ไร้สีและมีโครงสร้างแบบกิ่ง ซึ่งสามารถใช้เป็นสารประกอบในการดูแลผิวในอิมัลชั่น ผลิตภัณฑ์แบบแท่งและผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายแป้งเปียก โดยส่วนประกอบหลักของโมเลกุลได้มาจากน้ำมันมะกอก มนุษย์นำ Squalane มาใช้เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มในยุค 50 อย่างไรก็ตาม Squalane สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติในผิวของเรา โดยเป็นสารประกอบสำคัญของน้ำมันในผิวประมาณ 15% ซึ่งน้ำมันจะช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านและสร้างไฮโดรไลปิด ฟิล์มบนผิว ดังนั้น Squalane จะช่วยปกป้องผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น ผิวจึงชุ่มชื้นกว่าที่เคยและนุ่มละมุนยิ่งขึ้น เนื่องจากผิวมี Squalane เป็นส่วนประกอบตามธรรมชาติ Squalane จึงปลอดภัยต่อผิวอย่างยิ่ง

STEARAMIDOPROPYL DIMETHYLAMINE

Stearamidopropyl Dimethylamine ใช้ในครีมนวดผมและทรีตเม้นต์ พร้อมช่วยให้เส้นผมดูมีชีวิตชีวาและสลวย โดยเคลือบเส้นผม เพิ่มความนุ่มลื่นหรือเงาวาว หรือฟื้นบำรุงผมเสียจากการทำเคมีหรือสาเหตุอื่น

STEARETH-2

Steareth-2 เป็น Polyethylene glycol ether ของ Stearic acid ที่ผลิตโดยการสังเคราะห์ ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีลักษณะคล้ายแว็กซ์ ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว Steareth-2 จะใช้ผสมในสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด รวมถึงผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เมื่อเติม Steareth-2 ลงในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว สารชนิดนี้จะช่วยลดแรงปฏิกิริยาระหว่างโมเลกุลของของเหลวอื่นๆ เพื่อให้อิมัลชั่นก่อตัวขึ้น แต่หากไม่มีการเติมส่วนผสมเช่น Steareth-2 ลงในผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวบางอย่าง ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็จะไม่ผสานเข้ากัน

STEARETH-20

Steareth-20 เป็น Polyethylene Glycol Ether ของ Stearic Acid ซึ่งเป็นสารประกอบลักษณะคล้ายแว็กซ์ที่ใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ทำผิวแทน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวรอบดวงตาและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เมื่อเติม Steareth-20 ลงในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว สารชนิดนี้จะช่วยลดแรงปฏิกิริยาระหว่างโมเลกุลของของเหลวต่างๆ เพื่อให้อิมัลชั่นก่อตัวขึ้น แต่หากไม่มีการเติมส่วนผสมเช่น Steareth ลงในผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวบางอย่าง ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็จะไม่ผสานเข้ากัน

STEARETH-21

Steareth-21 เป็นสารประกอบสังเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายแว็กซ์และเป็น Polyethylene glycol ether ของ Stearic acid ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว Steareth-21 จะใช้ผสมในสูตรเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวจำนวนมาก โดยรวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับแต่งหน้า โลชั่น ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวรอบดวงตาและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

STEARIC ACID

Stearic Acid เป็นกรดไขมันโมเลกุลยาวที่ไม่มีสีและมีลักษณะคล้ายแว็กซ์ กรดไขมันอิ่มตัวที่มีประโยชน์ชนิดนี้สามารถสกัดได้จากพืช จึงเหมาะที่จะใช้ในผลิตภัณฑ์สูตรธรรมชาติ เมื่อผสมในอิมัลชั่น Stearic Acid จะทำหน้าที่เป็นสารให้ความคงตัว สารเพิ่มความหนืดและสารเพิ่มความนุ่มที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายมีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้น นอกจากนี้ Stearic Acid จะสร้างฟองหนานุ่มที่ให้สัมผัสราวกำมะหยี่ คุณสมบัติเช่นนี้จึงเหมาะที่จะใช้ผสมในโฟมโกนหนวด อนุพันธ์ของ Stearic Acid ยังทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความหนืดที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์แข็งขึ้นจนกลายเป็นของแข็งในสูตรสบู่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและแชมพู นอกจากนี้ยังช่วยลดความรู้สึกเปราะและเละในสบู่ที่เปียกน้ำ Stearic Acid ยังช่วยให้ผมนุ่ม พริ้วสลวยและเงางามเพราะจะบำรุงและปกป้องเส้นผมเมื่อผสมในผลิตภัณฑ์แชมพู

STEARYL ALCOHOL

Stearyl Alcohol มักได้จากน้ำมันหรือไขมันจากผัก ด้วยเหตุนี้ จึงเรียก Stearyl Alcohol ว่าแอลกอฮอล์ไขมัน อย่างไรก็ตาม Stearyl Alcohol ยังอาจได้มาจากการไฮโดรไลซ์แว็กซ์ สารสกัดชนิดนี้ใช้ในสูตรเครื่องสำอางจำนวนมากเนื่องจากจะช่วยเพิ่มความคงตัวของอิมัลชั่นและเนื้อสัมผัสของสูตรผลิตภัณฑ์ เช่น ในครีมหรือโลชั่น Stearyl Alcohol จะก่อตัวเป็นของแข็งสีขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นสารประกอบที่ช่วยเพิ่มความเสถียรโดยสามารถจับตัวกับน้ำได้

SUCROSE POLYSTEARATE

Sucrose Polystearate ประกอบด้วยน้ำตาลซูโครสหรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่าน้ำตาลทราย ผสมกับ Stearic Acid ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ได้จากน้ำมันและไขมันพืช Sucrose Polystearate ใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์และสารบำรุงผิวในเครื่องสำอาง โดยจะทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ชนิดน้ำมันในน้ำ รวมถึงมีประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น ความอ่อนโยน เนื้อสัมผัสที่นุ่มดุจกำมะหยี่ และการเพิ่มความชุ่มชื้น

SYNTHETIC BEESWAX

Synthetic Beeswax เกิดจากการนำเอสเตอร์สังเคราะห์จำนวนมากมาผสมเข้ากับน้ำมันพาราฟินและแว็กซ์ โดยคิดค้นขึ้นเพื่อจำลองคุณสมบัติทางเครื่องสำอางและทางกายภาพของไขผึ้งธรรมชาติ จึงเป็นส่วนผสมแบบ "วีแกน (Vegan)" ที่สามารถใช้แทนไขผึ้งธรรมชาติได้ โดยสามารถใช้เป็นสารบำรุงผิวในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่างๆ เช่น ครีม โลชั่น ผลิตภัณฑ์กันแดด เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

SYNTHETIC WAX

ส่วนผสม* มิเนอรัล ออยล์ชนิดนี้เป็นไขมันจากฟอสซิล โดยส่วนผสมที่มีความบริสุทธิ์สูงจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ (น้ำมัน เจล ฯลฯ) และไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส มิเนอรัล ออยล์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ Paraffinum Liquidum ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์แบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ มิเนอรัล ออยล์สังเคราะห์ซึ่งไม่มีสารอื่นเจือปนตั้งแต่กระบวนการผลิต และมิเนอรัล ออยล์จากปิโตรเคมี ซึ่งเป็นมิเนอรัล ออยล์ที่ผ่านการกลั่นโดยได้มาจากการทำให้ฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ มีความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ มิเนอรัล ออยล์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดเภสัชกรรม ดังนั้นจึงมีความบริสุทธิ์สูง คุณสมบัติหลักของส่วนผสมกลุ่มนี้ก็คือการปกป้องผิวไม่ให้ขาดน้ำ นอกจากนี้ ส่วนผสมเหล่านี้ยังช่วยพัฒนาคุณภาพของเนื้อสัมผัสและยังมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและลบเครื่องสำอาง
 
* หากต้องการค้นพบส่วนผสมเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ของเรา โปรดตรวจสอบรายชื่อส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์ โดยคุณสามารถค้นหาส่วนผสมที่มีมิเนอรัล ออยล์ได้อย่างง่ายดายจากชื่อต่างๆ เช่น "paraffinum liquidum", "cera microcristallina", "ozokerite", "paraffin" และ "แว็กซ์สังเคราะห์"

TALC

Talc เป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ แป้งสีขาวเนื้อละเอียดชนิดนี้จะช่วยให้ผิวรู้สึกแห้งและนุ่มเหมือนกำมะหยี่ โดย Talc จะดูดซับน้ำมันและไม่รวมตัวกับน้ำ คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ปกติแล้ว เรารู้จัก Talc ในฐานะที่เป็นส่วนผสมหลักของแป้งเด็ก

TAPIOCA STARCH

Tapioca Starch เป็นเม็ดแป้งสตาร์ชธรรมชาติ สกัดได้จากรากพืชที่เรียกว่ามันสำปะหลัง แป้งสตาร์ชขนาดไมโครเมตรจะช่วยดูดซับไขมัน (น้ำมัน) ได้มาก ดังนั้น เมื่อผสม Tapioca Starch ลงในอิมัลชั่น เช่น ในครีมหรือโลชั่น ก็จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน รู้สึกเบาสบายและมันน้อยลง Tapioca Starch จึงเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสูตรควบคุมความมันเป็นพิเศษ

TETRASODIUM EDTA

EDTA และเกลือของ EDTA (เช่น Trisodium EDTA) ผลิตโดยการสังเคราะห์ วัตถุประสงค์หลักของการเติมส่วนผสมชนิดนี้ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือคุณสมบัติด้านการจับไอออนของโลหะได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสื่อมสภาพ

THEOBROMA CACAO SEED BUTTER

Theobroma Cacao Seed Butter (หรือที่เรียกว่าโกโก้บัตเตอร์) เป็นไขมันสีครีมที่สกัดจากเมล็ดโกโก้ (เมล็ดในผลโกโก้) ที่ปลูกในแอฟริกาตะวันตก มาเลเซีย บราซิล อเมริกากลาง อินเดียและศรีลังกาเป็นส่วนใหญ่ โกโก้บัตเตอร์ใช้กันอย่างแพร่หลายในการเพิ่มและแต่งรส กลิ่นรวมถึงความนุ่มลื่นของช็อกโกแลต และยังเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงเครื่องสำอางอีกด้วย ซึ่งโกโก้บัตเตอร์เป็นหนึ่งในไขมันธรรมชาติที่มีความคงตัวมากที่สุด โดยจะละลายที่อุณหภูมิร่างกายและใช้เพื่อดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ดูเรียบเนียนและนุ่มละมุน

TILIA TOMENTOSA EXTRACT

Tilia Tomentosa Extract หรือที่เรียกว่า Linden blossom extract ได้รับการผลิตโดยใช้กระบวนการสกัดที่อ่อนโยนหลายขั้นตอน เพื่อช่วยให้เก็บรักษาส่วนผสมตามธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่มี Linden blossom extract จะช่วยบรรเทาอาการในผิวบอบบางแพ้ง่ายและผิวแห้งได้เล็กน้อย

TITANIUM DIOXIDE (NANO)

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า

TOCOPHEROL ACETATE

Tocopheryl acetate หรือที่เรียกว่าวิตามินอี อะซีเทตเป็นวิตามินอีสังเคราะห์ ซึ่งวิตามินชนิดนี้มีประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระและให้ความนุ่มลื่นในเครื่องสำอาง บรรเทาผิวเสียจาก UV รวมถึงป้องกันจุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัย วิตามินอีพบได้ตามธรรมชาติในอาหารบางชนิดและอยู่ในรูปแบบของอาหารเสริม “วิตามินอี” เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มสารประกอบที่ละลายได้ในไขมัน ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้เป็นพิเศษในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ช่วยปกป้องผิว วิตามินอีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะมีโครงสร้างทางเคมีแปดรูปแบบ (แอลฟา-โทโคฟีรอล, เบตา-โทโคฟีรอล, แกมมา-โทโคฟีรอล, เดลตา-โทโคฟีรอล และแอลฟา-โทโคไทรเอนอล, เบตา-โทโคไทรเอนอล, แกมมา-โทโคไทรเอนอล, เดลตา-โทโคไทรเอนอล) ซึ่งมีระดับปฏิกิริยาทางชีวภาพที่แตกต่างกัน โดยแอลฟา-โทโคฟีรอล หรือ (α-) จะเป็นรูปแบบเดียวที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ Tocopherol Acetate เป็นอนุพันธ์สังเคราะห์ของวิตามินอีธรรมชาติ

TOCOPHEROL / VITAMIN E

วิตามินอีพบได้ตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด ซึ่งอาจผสมในผลิตภัณฑ์อื่นๆ และอยู่ในรูปแบบของอาหารเสริม “วิตามินอี” เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มสารประกอบที่ละลายได้ในไขมัน ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้เป็นพิเศษ วิตามินอีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะมีโครงสร้างทางเคมีแปดรูปแบบ (แอลฟา-โทโคฟีรอล, เบตา-โทโคฟีรอล, แกมมา-โทโคฟีรอล, เดลตา-โทโคฟีรอล และแอลฟา-โทโคไทรเอนอล, เบตา-โทโคไทรเอนอล, แกมมา-โทโคไทรเอนอล, เดลตา-โทโคไทรเอนอล) ซึ่งมีระดับปฏิกิริยาทางชีวภาพที่แตกต่างกัน โดยแอลฟา-โทโคฟีรอล หรือ (α-) จะเป็นรูปแบบเดียวที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์

TRIDECETH-12

Trideceth ทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์และช่วยให้ส่วนผสมที่มีน้ำกับน้ำมันมีความคงตัว

TRIDECETH-15

Trideceth ทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์และช่วยให้ส่วนผสมที่มีน้ำกับน้ำมันมีความคงตัว

TRIDECETH-3

Trideceth ทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์และช่วยให้ส่วนผสมที่มีน้ำกับน้ำมันมีความคงตัว

TRIDECETH-6

Trideceth ทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์และช่วยให้ส่วนผสมที่มีน้ำกับน้ำมันมีความคงตัว

TRISODIUM EDTA

EDTA และเกลือของ EDTA (เช่น Trisodium EDTA) ผลิตโดยการสังเคราะห์ วัตถุประสงค์หลักของการเติมส่วนผสมชนิดนี้ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็คือคุณสมบัติด้านการจับไอออนของโลหะได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสื่อมสภาพ

UBIQUINONE

Ubiquinone หรือที่เรียกว่า Coenzyme Q10 เป็นโมเลกุลที่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเราผลิตขึ้นเอง ซึ่งช่วยเปลี่ยนสารอาหารและออกซิเจนให้เป็นพลังงานที่เซลล์ในร่างกายสามารถใช้ได้ รวมถึงทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หากไม่มี Q10 ร่างกายของเราจะไม่สามารถทำงานได้มากนักเพราะเซลล์ทุกเซลล์จำเป็นต้องอาศัย Q10 ชื่อ Q10 มาจากโครงสร้างโมเลกุลพิเศษ กล่าวคือ Q10 เป็นสารชีวโมเลกุลรูปวงแหวนที่สัมพันธ์กับวิตามินเคและอีในเชิงโครงสร้าง ซึ่งวงแหวนควิโนนที่มีความเฉพาะตัวเป็นกลุ่มโมเลกุลที่มีลักษณะพิเศษ โดย Q10 (Ubiquinone) เป็นโมเลกุลที่มีความโดดเด่นอย่างยิ่งในทางชีวภาพ ทุกวันนี้ เราสามารถผลิต Q10 ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง (Q10 ที่คล้ายคลึงกับในผิว) กับที่ร่างกายผลิตได้เองผ่านกระบวนการหมักยีสต์โดยอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพ และนำมาผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้านีเวีย คิวเท็นของเรา

UNDECYLENAMIDOPROPYL BETAINE

ส่วนผสมชนิดนี้เป็นสารลดแรงตึงผิวชนิดสองประจุที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ซึ่งใช้ในแชมพูและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิวจะทำหน้าที่ได้หลายด้าน เช่น การทำความสะอาดสารต่างๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก การทำให้สารต่างๆ กระจายตัวเพื่อไม่ให้อนุภาคของแข็งแยกชั้นในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว การเพิ่มการสร้างโฟม รวมถึงการใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยให้น้ำและน้ำมันผสมกัน นอกจากนี้ Undecyleneamidopropyl Betaine ยังมีคุณสมบัติต้านจุลชีพและช่วยขจัดรังแค

VEGETABLE OIL

Vegetable oil ได้รับการเรียกว่า Olus oil ในยุโรป โดยเป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มจากธรรมชาติ 100% ซึ่งมีความใสและคงตัวสูงมาก น้ำมันชนิดนี้เป็นทางเลือกจากพืชที่ใช้แทนมิเนอรัล ออยล์ Vegetable oil มีไตรกลีเซอไรด์คุณภาพสูงตามธรรมชาติซึ่งได้มาจากน้ำมันคาโนล่า (ผักกาดก้านขาว) ปกติแล้ว น้ำมันชนิดนี้จะใช้เป็นสารปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มที่มอบความรู้สึกข้นและติดทนนานบนผิว

VITIS VINIFERA SEED OIL

Vitis Vinifera Seed Oil เป็นหนึ่งในน้ำมันพืชธรรมชาติที่ถือเป็นแหล่งกรดไขมันโอเมก้า 6 และวิตามินอีในอาหาร โดยได้มาจากเมล็ดองุ่นที่เป็นผลพลอยได้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (น้ำผลไม้และไวน์) น้ำมันชนิดนี้จะมอบความชุ่มชื้นและความนุ่มละมุนให้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นบำรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานของปราการผิวโดยเสริมกรดไขมันและลิพิดที่จำเป็นให้กับผิว

VP/EICOSENE COPOLYMER

VP/Eicosene Copolymer ช่วยให้ผมอยู่ทรงโดยป้องกันไม่ให้ผมดูดซับความชุ่มชื้นด้วยการสร้างชั้นเคลือบบางๆ บนผิว เส้นผมหรือเล็บ นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อช่วยให้ส่วนผสมในยาเม็ดตอกอัดหรือเค้กจับตัวกัน รวมถึงช่วยกระจายหรือช่วยให้ของแข็งไม่ละลายน้ำคงตัวได้ในของเหลวอีกด้วย ทั้งนี้ Copolymer เป็นโพลีเมอร์ที่ได้จากการผสมสารประกอบเคมีขนาดเล็กที่เรียกว่ามอนอเมอร์เข้ากับโมเลกุลขนาดใหญ่มากซึ่งมีคุณสมบัติต่างกัน

VP/HEXADECENE COPOLYMER

VP/Hexadecene Copolymer ช่วยให้ผมอยู่ทรงโดยป้องกันไม่ให้ผมดูดซับความชุ่มชื้นด้วยการสร้างชั้นเคลือบบางๆ บนผิว เส้นผมหรือเล็บ นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อช่วยให้ส่วนผสมในยาเม็ดตอกอัดหรือเค้กจับตัวกัน รวมถึงช่วยกระจายหรือช่วยให้ของแข็งไม่ละลายน้ำคงตัวได้ในของเหลวอีกด้วย ทั้งนี้ Copolymer เป็นโพลีเมอร์ที่ได้จากการผสมสารประกอบเคมีขนาดเล็กที่เรียกว่ามอนอเมอร์เข้ากับโมเลกุลขนาดใหญ่มากซึ่งมีคุณสมบัติต่างกัน

VP/VA COPOLYMER

VP/VA Copolymer ช่วยให้ผมอยู่ทรงโดยป้องกันไม่ให้ผมดูดซับความชุ่มชื้น VP/VA Copolymer จะแห้งและสร้างชั้นเคลือบบางๆ บนผิว เส้นผมหรือเล็บ นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อช่วยให้ส่วนผสมในยาเม็ดตอกอัดหรือเค้กจับตัวกัน รวมถึงช่วยกระจายหรือช่วยให้ของแข็งไม่ละลายน้ำคงตัวได้ในของเหลวอีกด้วย ทั้งนี้ Copolymer เป็นโพลีเมอร์ที่ได้จากการผสมสารประกอบเคมีขนาดเล็กที่เรียกว่ามอนอเมอร์เข้ากับโมเลกุลขนาดใหญ่มากซึ่งมีคุณสมบัติต่างกันมาก

XANTHAN GUM

Xanthan gum เป็นไบโอโพลีเมอร์หรือที่เรียกว่าพอลิแซ็กคาไรด์ Xanthan gum เป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ ผลิตจากการหมักแบคทีเรีย Xanthomonas campestris กับกลูโคส (ข้าวโพด) และโปรตีน (ถั่วเหลือง) Xanthan gum จะพองตัวในสารละลายในน้ำและช่วยเพิ่มความหนืด โดยจะสร้างเจลที่มัวหรือโปร่งแสง และเมื่อใช้ผสมในอิมัลชั่น เช่น ในครีมหรือโลชั่น Xanthan gum จะช่วยเพิ่มความคงตัว

ZINC OXIDE (NANO)

ส่วนผสมนี้อยู่ในกลุ่มสารป้องกันแสง UV (UV หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลต) ซึ่งสหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอยู่ในรายชื่อสารป้องกันแสง UV ควบคุม (ภาคผนวก VI ในกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง) สารป้องกันแสง UV เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยร้ายของแสงแดด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังและอาการผิวไหม้แดด ริ้วรอยก่อนวัยหรือจุดด่างดำ ปกติแล้ว สารป้องกันแสง UV มีสองประเภท ได้แก่ สารป้องกันแสงแดดแบบออร์แกนิกซึ่งจะดูดซับรังสี UVA และ UVB รวมถึงเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ส่วนสารป้องกันแสงแดดแบบแร่ธาตุจะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่ก่อตัวเป็นปราการปกป้องผิว พร้อมทั้งสะท้อนรังสี UVB ส่วนใหญ่และลดรังสี UVA เนื่องจากสารป้องกันแสง UV แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเป็นสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันและผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งมี SPF มักจะประกอบด้วยสารป้องกันแสงแดดต่างชนิดกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผิวได้ครอบคลุมกว่า