โลกก็เหมือนผิวของเรา

การดูแลผิวก็คือการดูแลโลกรอบตัวเรา เพราะอะไรที่ส่งผลต่อโลกก็จะส่งผลต่อตัวเรา สุขภาพของเรา และผิวของเราด้วยเช่นเดียวกัน การที่นีเวียเคารพสมดุลตามธรรมชาติของผิวมนุษย์ ก็คือการเคารพต่อสมดุลของธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนในทุกขั้นตอน การรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนที่สุดนั้นนับเป็นการเดินทางของเรา รวมถึงเรายังเชื่อมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เราจึงทำสิ่งต่างๆ โดยคำนึงถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมการดูแลผิวที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ตั้งแต่การคิดค้นสูตรไปจนถึงวิธีการผลิต การบรรจุผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

เราพยายามเลือกใช้ส่วนผสมจากแหล่งที่สามารถปลูกทดแทนได้หรือเกิดขึ้นได้ใหม่ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ เรายังเปิดรับทางออกที่ยั่งยืนที่สุดทางอื่นอยู่เสมอ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ส่วนผสมสังเคราะห์แทนการใช้แหล่งวัตถุดิบจากธรรมชาติ

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ของเรายึดหลัก “ลดการใช้ ใช้ซ้ำ รีไซเคิล” เราพัฒนาวิธีการผลิตและบรรจุภัณฑ์อยู่เสมอเพื่อประหยัดพลังงาน ลดการใช้วัตถุดิบ และลดการปล่อยของเสีย

และเราทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนีเวียจะได้รับการปฏิบัติเช่นที่เราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเรา คือให้ความเคารพและใส่ใจ

ติดตามการเดินทางของเรา และดูวิธีที่นีเวียพยายามปฏิบัติต่อโลกอย่างใส่ใจที่สุดเสมอเพื่อรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยปกป้องทั้งผิวและธรรมชาติ


การสรรหาส่วนผสม

สร้างความยั่งยืนตั้งแต่เริ่มต้น

ผลิตภัณฑ์ที่ดีมาจากแหล่งวัตถุดิบที่ดีที่สุด เราจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกส่วนผสมในผลิตภัณฑ์นีเวียของเราปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ รวมถึงพยายามใช้วัตถุดิบที่สรรหามาอย่างยั่งยืนเท่าที่จะทำได้ ทีมวิจัยของเราคอยเสาะหาวัตถุดิบใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมและแหล่งที่มาทางเลือกเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด 

การสรรหาส่วนผสมอย่างรับผิดชอบ

ผู้ผลิตส่วนใหญ่ของนีเวียทำตามข้อกำหนดทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ระบุไว้ในหลักจริยธรรมสำหรับผู้ผลิตของเรา และเรายินดีช่วยให้พวกเขาดำเนินการด้วยมาตรฐานระดับสูงของเราอย่างกระตือรือร้น

 

เราร่วมต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและสภาวะอากาศให้กับโลกของเรา เพราะการตัดไม้ทำลายป่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ ถ้าไม่มีป่า สิ่งมีชีวิตหลายชนิดก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย โลกก็จะไม่มี “ปอดสีเขียว” ไว้ฟอกอากาศ ส่วนหนึ่งของความพยายามต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าของเราก็คือการใช้กระดาษที่ผ่านการรับรองโดย Forest Stewardship Council (FSC) และวางแผนที่จะใช้แค่กระดาษที่รับรองโดย FSC หรือกระดาษรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวให้ได้ภายในปี 2020

เราเต็มที่กับการสนับสนุนเรื่องนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเราอ่อนโยนต่อโลกเช่นเดียวกับที่อ่อนโยนต่อผิว

การสรรหาน้ำมันปาล์มตามหลักความยั่งยืน

ส่วนผสมบางอย่างที่เราใช้ในผลิตภัณฑ์นีเวียได้มาจากน้ำมันในเมล็ดปาล์ม อันที่จริงนั้น เราใช้สารสกัดจากน้ำมันปาล์มถึง 70 % ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั้งหมด ปัญหาคือมักมีการตัดทำลายป่าฝนเป็นบริเวณกว้างเพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน เราเชื่อมั่นว่าน้ำมันปาล์มต้องได้รับการสรรหาอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องมีการตัดไม้ทำลายป่า แต่การใช้น้ำมันจากพืชชนิดอื่นแทนน้ำมันปาล์มก็อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะการปลูกปาล์มน้ำมันนั้นให้ผลผลิตสูงมาก ส่วนการใช้น้ำมันจากพืชชนิดอื่นที่ให้ผลผลิตน้อยกว่าจะยิ่งสร้างความยั่งยืนได้ยากขึ้นเพราะต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น

เราจึงเลือกที่จะส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ของเราตลอดห่วงโซ่ทั้งวงจรผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนแทน ไบเออร์สด๊อรฟเป็นสมาชิกกลุ่ม Round Table on Sustainable Palm Oil (RSPO) และ Forum for Sustainable Palm Oil (FONAP)

การมี “โร้ดแมปการสรรหาปาล์มอย่างยั่งยืน” ทำให้เราจัดหาเฉพาะน้ำมันในเมล็ดปาล์มจากทั่วโลกที่ปลูกอย่างยั่งยืนและผ่านการรับรองเท่านั้น โร้ดแมปรวมถึงการที่เราสนับสนุนเกณฑ์การรับรองของ FONAP ที่เพิ่มขึ้นสำหรับน้ำมันจากเนื้อในเมล็ดปาล์มที่ยั่งยืนมากขึ้น เช่น กำหนดเป้าหมายในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก และห้ามปลูกปาล์มในป่าพรุและที่ดินที่มีคาร์บอนสูง

เป้าหมายของเราในปี 2020 ก็คือการสรรหาเฉพาะวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตของน้ำมัน (ในเมล็ด) ปาล์มทั้งหมดจากแหล่งที่ยั่งยืนเท่านั้น ในปี 2018 เราสามารถสรรหาวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตของปาล์มซึ่งผ่านการรับรองด้านความยั่งยืนได้ถึง 63% (มาตรฐาน “Mass Balance” ของ RSPO) เราจะพยายามชดเชยส่วนที่ขาดไปด้วยการทำให้ได้ใบรับรองด้านความยั่งยืน (“Book and Claim” ของ RSPO) อย่างต่อเนื่องจนกว่าเราจะบรรลุวัตถุประสงค์ในการเปลี่ยนไปใช้ส่วนผสมที่ยั่งยืนได้ทั้งหมดภายในปี 2020

ในปี 2018 เป็นครั้งแรกที่เราเข้าร่วมโครงการ Carbon Disclosure Project (CDP) และได้รับการจัดอันดับ “Score A” สำหรับความพยายามต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าในซัพพลายเชนน้ำมันปาล์มของเรา

การเลือกใช้แหล่งวัตถุดิบที่ยั่งยืนที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ทดแทนได้หรือวัตถุดิบสังเคราะห์ สำหรับนีเวียแล้ว ความปลอดภัย คุณภาพ และความยั่งยืนถือเป็นเกณฑ์สำคัญที่สุดในการสรรหาส่วนผสมของเรา

 

ส่วนใหญ่นีเวียจะเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและที่แปรรูปจากธรรมชาติซึ่งเสริมบำรุงการทำงานตามธรรมชาติของผิว ข้อดีที่สำคัญอีกอย่างของส่วนผสมจากธรรมชาติและที่แปรรูปจากธรรมชาติก็คือสามารถทดแทนได้ นีเวียใช้วัตถุดิบหลายอย่างที่มีจำนวนมากและเกิดขึ้นได้ใหม่ด้วยตัวเอง เช่น น้ำมันเรพซีดหรือแว็กซ์จากดอกทานตะวันที่ใช้ในลิปบาล์มของเรา ซึ่งได้มาจากไร่เพาะปลูกที่มีผลผลิตตลอดทุกปี เราพยายามทำให้แน่ใจว่าส่วนผสมจากธรรมชาติและที่แปรรูปจากธรรมชาติของเราได้มาด้วยวิธีที่ยั่งยืนเพื่อประหยัดทรัพยากร

แต่เมื่อมองในภาพรวม สารสังเคราะห์อาจเป็นตัวเลือกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายสำหรับโลกและผิวของเรา หลายครั้งที่ส่วนผสมสังเคราะห์มีความบริสุทธิ์และมีคุณภาพที่สม่ำเสมอกว่า นอกจากนี้ เมื่อผลิตส่วนผสมในห้องแล็บได้ เราก็ไม่ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกและการรดน้ำแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่เพาะปลูกและน้ำในส่วนนั้นก็นำไปใช้ผลิตอาหารแทน การใช้ส่วนผสมสังเคราะห์เช่นนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ประหยัดทรัพยากรมากกว่าในหลายๆ ครั้ง

 

คุณได้เห็นแล้วว่านีเวียเลือกใช้ส่วนผสมต่างๆ อย่างระมัดระวังโดยพิจารณาแง่มุมที่กว้างกว่า พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาพและความปลอดภัยของผิวเสมอ

ส่วนผสม “จากธรรมชาติ” และ “ที่แปรรูปจากธรรมชาติ” แตกต่างกันอย่างไร

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น เอสเซนเชียลออยล์สั ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติโดยตรง โดยได้มาจากกระบวนการทางกายภาพ (เช่น การกลั่น) หรือกระบวนการเตรียมวัตถุดิบอื่นๆ รวมถึงวิธีการแบบดั้งเดิม (เช่น สกัดโดยใช้ตัวทำละลาย) โดยไม่มีเจตนาที่จะปรับแต่งองค์ประกอบทางเคมี

สำหรับส่วนผสมที่แปรรูปจากธรรมชาตินั้น วัตถุดิบต่างๆ จะผ่านกระบวนการทางเคมีและ/หรือทางชีวภาพ เช่น น้ำมันมะพร้าว โดยจะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพิ่มเติมก่อนที่จะนำมาใช้ในสูตรของเรา เช่น แอลกอฮอล์ไขมัน (fatty alcohol)


วิธีที่ดีจะสร้างผลลัพธ์ที่ดี

เราทุ่มเทอย่างหนักเพื่อคิดค้นสูตรที่ดีที่สุดสำหรับผิวคุณ เราจึงสรรหาส่วนผสมที่ปลอดภัย เสริมการทำงานตามธรรมชาติของผิว ฯลฯ รวมทั้งยังสรรหาส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

นอกจากนี้ พันธกิจที่จะปกป้องโลกและชุมชนของเราได้ขยายขอบเขตครอบคลุมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนีเวีย เราจึงพยายามลดคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ ประหยัดพลังงาน และดำเนินการให้มั่นใจว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์นีเวียจะมีสภาพการทำงานที่ดี

การรังสรรค์ผลิตภัณฑ์นีเวียเป็นความพยายามร่วมกันและเรารู้สึกถึงความรับผิดชอบของทุกคนที่เกี่ยวข้อง หลักจริยธรรมสำหรับผู้ผลิตของเรากำหนดมาตรฐานสำหรับผู้ผลิตและผู้รับจ้างช่วงต่อไว้สูง ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงเช่นเดียวกับที่เราปฏิบัติ เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิมนุษยชนและไม่ยอมให้มีการบังคับใช้แรงงานหรือแรงงานเด็ก การทุจริต หรือการเลือกปฏิบัติในการดำเนินการและห่วงโซ่การผลิตของเรา รวมถึงเราไม่เพียงแต่สร้างอุปสงค์ แต่เรายังช่วยให้ผู้หลิตของเราสร้างห่วงโซ่การผลิตขึ้นด้วย ที่นีเวีย การช่วยเหลือผู้อื่นให้ปกป้องโลกของเรานับเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างผลลัพธ์ในเชิงบวกให้แก่ส่วนรวม

พันธกิจด้านการใช้พลังงานของเรา

เรามุ่งมั่นที่จะลดคาร์บอน ฟุตพริ้นท์และเราตั้งเป้าหมายด้านพลังงานของเราไว้สูงมาก ในปี 2025 เราต้องการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สัมพันธ์กับพลังงานลง 70 % เมื่อเทียบกับในปี 2014 สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์นีเวียแต่ละชิ้น! เราได้เริ่มจากการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในโรงงานการผลิตทั้งหมดของเราซึ่งยังคงใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานสิ้นเปลือง จากนั้น เราก็ประสบความสำเร็จในการลดพลังงานลงถึง 59 % เมื่อสิ้นปี 2018 โดยเราได้ให้โรงงานทั้งหมดเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทน รวมถึงศูนย์การผลิตขนาดใหญ่ของเราในเยอรมนีและสเปน ยกเว้นโรงงานในเม็กซิโกและไนจีเรีย ในปี 2020 เราวางแผนว่าจะให้โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์นีเวียทุกแห่งใช้พลังงานทดแทนเท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เป็นอย่างมาก


การลดขยะ

ขยะเป็นทรัพยากร!

นีเวียมีพันธกิจเรื่อง “การไม่ทิ้งขยะให้สูญเปล่า” ตั้งแต่ช่วงแรกๆ และเราก็ทำสำเร็จแล้ว! เพราะศูนย์การผลิตที่เราสร้างขึ้นทุกแห่งไม่ได้ส่งขยะไปทิ้งเลย แต่ขยะทั้งหมดจะถูกรีไซเคิลหรือถูกเผาเพื่อผลิตความร้อนและไฟฟ้า หมายความว่าขยะทั้งหมดที่เราผลิตจะไม่รั่วไหลออกไปยังสิ่งแวดล้อม เพราะขยะไม่ใช่สิ่งที่จะต้องถูกกำจัด แต่กลับกลายเป็นวัตถุดิบใหม่หรือแหล่งพลังงานนั่นเอง

การลดขยะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากร

การไม่ทิ้งขยะเป็นเพียงเรื่องราวด้านเดียวเท่านั้น การที่ขยะทั้งหมดมีปริมาณลดลงเท่ากับมลภาวะที่ลดลงและการบริโภคทรัพยากรอันมีคุณค่าก็ลดลงเช่นกัน เราจึงพัฒนาแผนและกระบวนการผลิตของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างขยะในทุกที่ที่ทำได้ ตัวอย่างที่ดีก็คือกระป๋องนีเวียที่เรารัก เราเคยใช้แผ่นอะลูมิเนียมสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ซึ่งจะตัดแบ่งออกมาเป็นด้านข้าง ฝา และก้นกระปุก ในช่วงปลายปี 2017 เราได้เปลี่ยนกระบวนการโดยสลับไปใช้ชิ้นส่วนอะลูมิเนียมที่ตัดไว้ก่อนแล้ว ซึ่งช่วยลดเศษอะลูมิเนียมได้ถึง 54 กรัมต่อแผ่น คิดเป็นอะลูมิเนียม 14 ตันต่อปี นอกจากนี้ การขนส่งวัสดุที่น้อยลงและปริมาณขยะที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลน้อยลงจะช่วยลดการใช้พลังงานในการขนส่งรวมถึงลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย


บรรจุภัณฑ์

ปรัชญาด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

เราอยากแน่ใจว่าทุกอย่างเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเราเป็นไปตามหลักความยั่งยืน รวมถึงสิ่งแรกที่คุณจะเห็นในทุกผลิตภัณฑ์ของนีเวีย นั่นก็คือบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นปี 2009 เราได้นำเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นหนึ่งในพันธกิจของเรา โดยยึดหลัก “หลีกเลี่ยง ลดการใช้ ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล” เราจึงใช้บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์นีเวียคงความสดใหม่และปลอดภัย ขณะที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงเรื่อยๆ

น้อยแต่มาก

การใช้วัสดุน้อยลงสำหรับบรรจุภัณฑ์จะช่วยประหยัดทรัพยากรอันมีคุณค่าและลดปริมาณขยะได้ ตัวอย่างที่ดีก็คือครีมทามือของเรา ในปี 2016 เราเปลี่ยนไปใช้ฝาปิดหลอดน้ำหนักเบา ซึ่งแค่ในปีแรกก็ช่วยประหยัดโพลีโพรพีลีนได้ถึงประมาณ 50 ตัน ส่วนในต้นปี 2013 เราได้เริ่มนำผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลมาใช้กับครีมอาบน้ำหรือสบู่เหลวนีเวีย ครีม ซอฟท์ และการซื้อนีเวีย ครีม ซอฟท์แบบรีฟิลมาเติมขวดเก่าแทนที่จะซื้อขวดใหม่จะช่วยลดปริมาณขยะได้มากถึง 75 %!

การรีไซเคิล: นำมาแปรสภาพและใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ

เรามุ่งมั่นที่จะสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ของเรา และภายในปี 2025 นีเวียคาดว่าจะมีส่วนช่วยให้ไบเออร์สด๊อรฟบรรลุเป้าหมายที่จะใช้วัสดุรีไซเคิล 25% ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ยุโรป ซึ่งตอนนี้บรรจุภัณฑ์ของนีเวียก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ในสัดส่วนที่สูงอยู่แล้ว นอกจากนี้ เรายังมุ่งหวังที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ของเรารีไซเคิล ย่อยสลาย หรือใช้ซ้ำได้ 100% ตามเป้าหมายในปี 2025 ของไบเออร์สด๊อรฟ


AFTER USING

การเคารพต่อท้องทะเล

เราทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ลองดูไมโครพลาสติกเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่ต้นปี 2013 เราตัดสินใจทยอยเลิกใช้เม็ดพลาสติกขัดผิวที่ทำจากโพลีเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ของเรา สองปีต่อมา ผลิตภัณฑ์ทุกสูตรของเราก็เลิกใช้ไมโครบีดส์ แต่เรายังไม่หยุดแค่นั้น เพราะเราตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์แบบล้างออกทั้งหมดของนีเวีย ซึ่งรวมถึงเจลอาบน้ำและแชมพู ปราศจากไมโครพลาสติกตามข้อกำหนดของ United Nations Environmental Program ภายในปี 2020 เป็นอย่างช้า ดังนั้น เราจึงได้เลิกใช้สารช่วยให้ทึบแสงในรูปแบบของโพลีเมอร์สังเคราะห์ที่เป็นของแข็งละลายน้ำได้ในผลิตภัณฑ์แบบล้างออกของเรา

ขั้นต่อไปเป็นการจัดการกับไนลอน เราวางแผนที่จะเลิกใช้ไนลอนในผลิตภัณฑ์ที่ต้องทาทิ้งไว้ของเราทั้งหมดภายในปี 2020

ส่วนผลิตภัณฑ์กันแดดในยุโรปของเราไม่มีสารเคมีออกซีเบนโซนและออกทิโนเซทที่ใช้กรอง UV เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่ต้องสงสัยว่าเป็นอันตรายต่อปะการังอย่างมาก ผลิตภัณฑ์กันแดดในยุโรปของเราจึงสอดคล้องกับกฎหมายของมลรัฐฮาวายที่บังคับใช้ในปี 2018 ซึ่งห้ามไม่ให้ใช้ส่วนผสมเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์กันแดดที่วางจำหน่ายในพื้นที่ นอกจากนี้ เรายังพยายามปฏิบัติตามหลักความยั่งยืน ทำให้เราติดตามการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และประเมินดูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับส่วนผสมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้พร้อมดำเนินการทุกเมื่อที่จำเป็น

ไมโครพลาสติก

เรื่องไมโครพลาสติกเป็นที่ถกเถียงกันมากและมีความซับซ้อน เพราะแม้แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่มีคำนิยามแบบสากลของคำว่า “ไมโครพลาสติก” ตามความเข้าใจของเรา ไมโครพลาสติกคืออนุภาคพลาสติกที่เป็นของแข็งละลายน้ำได้ซึ่งมีขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร และย่อยสลายไม่ได้ตามธรรมชาติ เรายึดตามคำนิยามที่ดูจะเชื่อถือได้ของ United Nations Environmental Program (UNEP) ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นทางวิทยาศาสตร์ที่เห็นตรงกันในวงกว้าง

Did you know that synthetic textiles are among the main sources of microplastics in our oceans? In contrast, personal care products account for only 2 percent. Nevertheless, NIVEA and Beiersdorf recognized the need for immediate action early on. That’s why we phased out microbeads from all our formulas and keep researching new, environmentally safe alternatives.

ที่ผ่านมา เราเคยใช้เม็ดพลาสติกเล็กๆ ทำจากโพลีเอทิลีนหรือที่เรียกว่าไมโครบีดส์ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายแบบล้างออก (ผลิตภัณฑ์ขัดผิว เจลอาบน้ำ ฯลฯ) เพื่อประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิว ในปี 2013 นีเวียตัดสินใจเลิกใช้เม็ดโพลีเอทิลีนขัดผิว และหันไปใช้ส่วนผสมอื่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน ตั้งแต่ปี 2015 ผลิตภัณฑ์ของเราจึงไม่มีไมโครบีดส์อีกต่อไป โดยนีเวียได้ใช้เซลลูโลส ซิลิคอนไดออกไซด์ และแว็กซ์จากละหุ่งแทน เซลลูโลสเป็นวัตถุดิบออร์แกนิกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งพบได้ในใยพืช ซิลิคอนไดออกไซด์มีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายกับทรายควอตซ์ ส่วนแว็กซ์จากละหุ่งก็เป็นวัตถุดิบที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและมีลักษณะเหมือนแว็กซ์แข็งๆ

การเลิกใช้ไมโครบีดส์เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ก้าวต่อไป เราจะพยายามเลิกใช้ส่วนผสมที่ทำจากไมโครพลาสติกอย่างจริงจัง ซึ่งเราเคยใช้เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์บางอย่างมีสีสันทึบแสงและน่าสนใจ

เราตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนสูตรผลิตภัณฑ์แบบล้างออกทั้งหมด ได้แก่ เจลอาบน้ำและแชมพู โดยจะทำให้แล้วเสร็จทั่วโลกภายในปี 2020 ในขณะเดียวกัน เราจะเลิกใช้ส่วนผสมที่เป็นไนลอนซึ่งใช้ปรับปรุงเนื้อสัมผัสและผิวสัมผัสในผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ต้องทาทิ้งไว้ และจะติดทนบนผิวได้นานกว่าเหมือนครีมบำรุงผิวหน้าบางชนิด แต่สบายใจได้ เพราะการทำให้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทั่วโลกของนีเวียปราศจากไมโครพลาสติกถือเป็นเป้าหมายที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

โพลีเมอร์สังเคราะห์ชนิดละลายเหมือนเจล

เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอาจมีโพลีเมอร์สังเคราะห์ชนิดละลายเหมือนเจล ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า “พลาสติกเหลว” โพลีเมอร์สังเคราะห์เหล่านี้ได้กลายมาเป็นหัวข้อถกเถียงเกี่ยวกับไมโครพลาสติกในบางประเทศ อย่างไรก็ตาม โพลีเมอร์ชนิดนี้แตกต่างจากไมโครพลาสติกเป็นอย่างมากตามความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ในวงกว้างและตามคำนิยามขององค์กรอิสระบางแห่ง เช่น United Nations Environmental Programme เพราะข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันบ่งชี้ว่าโพลีเมอร์ชนิดละลายเหมือนเจลนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหามลพิษทางน้ำที่เกิดขึ้นทั่วโลกจากพลาสติก อย่างไรก็ตาม เรามุ่งหวังที่จะปรับปรุงสูตรอย่างต่อเนื่องและเสาะหานวัตกรรมที่ยั่งยืนอยู่เสมอ โดยสนับสนุนการวิจัยผลกระทบที่โพลีเมอร์สังเคราะห์มีต่อสิ่งแวดล้อมและจะพยายามใช้ไบโอโพลีเมอร์ให้มากขึ้น ระหว่างนี้ เราจะพยายามทำให้ผลิตภัณฑ์นีเวียมอบความอ่อนโยนต่อผิวและมีคุณภาพสูงเหมือนเช่นเดิมที่คุณเคยสัมผัส

ทิปส์ที่น่าสนใจสำหรับคุณ