2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน (Dietary Adjustments)
อาหารบางชนิดมีสารที่ขับออกมาทางเหงื่อและทำให้กลิ่นจากต่อมอะโพไครน์แรงขึ้น สำหรับใครมีที่กลิ่นตัวแรงควรเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง อย่าง กระเทียม, หอมแดง, เครื่องเทศรสจัด, เนื้อแดงปริมาณมาก และคาเฟอีน พร้อมกินอาหารที่ช่วยลดกลิ่นตัว อย่าง ผักใบเขียวที่มีคลอโรฟิลล์ช่วยลดกลิ่นตัว และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อเจือจางความเข้มข้นของเหงื่อ
3. การทำความสะอาดเชิงรุก (Deep Cleansing)
ใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย (Antiseptic Soap) เน้นบริเวณใต้วงแขน และต้องเช็ดให้แห้งสนิทเพื่อลดความอับชื้น
4. การจัดการขนใต้วงแขน
ขนเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย การเลเซอร์หรือเล็มขนช่วยลดกลิ่นได้มาก หากต้องโกนบ่อยๆ ควรใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Derma Control เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
5. การใช้ยาทาเฉพาะที่
เหมาะกับคนที่ “เหงื่อออกเยอะ” และต้องการลดเหงื่ออย่างจริงจัง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Aluminum Chloride เข้มข้นตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อช่วยลดการผลิตเหงื่อจากรูขุมขน
6. การฉีดโบท็อกซ์
ยับยั้งเส้นประสาทที่กระตุ้นต่อมเหงื่อ ช่วยให้รักแร้แห้งสนิทและลดกลิ่นได้ถึง 80-90% ยาวนาน 6-8 เดือน
7. ใช้เลเซอร์ในการทำลายต่อมเหงื่อ
การใช้พลังงานทำลายต่อมอะโพไครน์แบบถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารุนแรงและต้องการการรักษาครั้งเดียวจบ