7 ขั้นตอนการแต่งหน้าฉบับมือใหม่ เปลี่ยนหน้าสดเป็นงานผิวโกลว์ เหมือนมืออาชีพ

7 ขั้นตอนการแต่งหน้า ฉบับมือใหม่ เปลี่ยนหน้าสดเป็นงานผิวโกลว์ เหมือนมืออาชีพ

เคยสงสัยไหม? ทำไมเราซื้อรองพื้นตัวแพง ตามรอยบิวตี้บล็อกเกอร์ทุกอย่าง แต่พอแต่งออกมาแล้วไม่เหมือนที่คิด แถมเป็นคราบหรือตกบ่ายแล้วหน้าหมองลง ที่จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ฝีมือหรือว่ายี่ห้อเครื่องสำอางที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ขั้นตอนการแต่งหน้าและเตรียมผิว เพราะการแต่งหน้าให้สวยติดทน 80% วัดกันตั้งแต่ขั้นตอนก่อนลงรองพื้น วันนี้เราจะมาแชร์ 7 ขั้นตอนการแต่งหน้าฉบับมือใหม่ ที่จะเปลี่ยนหน้าสดโทรมๆ ให้กลายเป็นงานผิวโกลว์ใส เล่นแสงสวย เหมือนผิวดีมาตั้งแต่ตื่นนอน

7 ขั้นตอนการแต่งหน้า ฉบับมือใหม่

Step 1: เคลียร์ผิวให้สะอาด

ทำความสะอาดหน้าก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง เพราะหน้าของเรามีความมันส่วนเกิน หรือมีเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วทับถมอยู่ ทำให้ลงรองพื้นไปก็ไม่ติดทน หลุดลอกระหว่างวันได้ ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดในการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแต่งหน้า ต้องล้างหน้าให้สะอาดล้ำลึกแต่ห้ามทำให้หน้าแห้ง เด็ดขาด ขอแนะนำตัวช่วยอย่าง ลูมินัส สกิน โกลว์ บับเบิ้ล วอช โฟม (NIVEA Luminous Skin Glow Bubble Wash Foam)

จุดเด่น:

  • มีสารสกัดจากไข่มุก ช่วยบำรุงผิวเป็นมากกว่าโฟมล้างหน้า
  • 6 Acid Complex ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ทำให้หน้าหมองคล้ำออกไปอย่างอ่อนโยน เป็นการเคลียร์รูขุมขนให้สะอาดหมดจด
  • หลังล้างผิวจะดูไบร์ทขึ้นทันที ผิวจะมีความโกลว์กระจ่างใส ไร้ความมัน สะอาดแต่ไม่แห้งตึง พร้อมดูดซึมสกินแคร์ในขั้นตอนต่อไปได้ดีที่สุด
ลูมินัส สกิน โกลว์ บับเบิ้ล วอช โฟม

Step 2: บำรุงผิวพร้อมปรับผิวเรียบเนียนก่อนลงรองพื้น

มือใหม่หลายคนมักข้ามขั้นตอนนี้ หรือไปลงไพรเมอร์ซิลิโคนหนาๆ ซึ่งอาจทำให้อุดตันได้ เทรนด์ปีนี้คือการใช้เซรั่มเป็นเบสเมคอัพ เพื่อให้ผิวดูอิ่มน้ำและเล่นแสงจากภายใน ไอเทมเด็ดที่ขาดไม่ได้สำหรับงานผิวโกลว์ ขอแนะนำ นีเวีย ลูมินัส630 สกิน โกลว์ เซรั่ม (NIVEA Luminous630 Skin Glow Serum)

จุดเด่น:

  • มี Thiamidol สารไบรท์เทนนิ่งที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำลึกถึงต้นตอ
  • เติมความชุ่มชื้นและปรับผิวให้ดูเรียบเนียนทันที ช่วยลดปัญหาแป้งตกร่องหรือรองพื้นเป็นคราบ

How-to: ทาเซรั่มให้ทั่วใบหน้า นวดวนเบาๆ ให้ซึมเข้าผิว รอประมาณ 1-2 นาทีให้เซรั่มเซ็ตตัว ผิวจะดูฉ่ำวาวแบบ Glass Skin ทันที เป็นฐานที่ทำให้รองพื้นเกาะผิวแน่นมากยิ่งขึ้น

นีเวีย ลูมินัส630 สกิน โกลว์ เซรั่ม

Step 3: ทากันแดดทั่วใบหน้า

ลงครีมกันแดดปริมาณ 2 ข้อนิ้วให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เพื่อกันไม่ให้ความหมองคล้ำกลับมาทำร้ายผิวระหว่างวัน ข้อสำคัญ คือ ควรรอให้เนื้อกันแดดซึมลงผิวให้เรียบร้อยก่อนค่อยไปขั้นตอนต่อไป เพราะหากยังไม่ซึมจะทำให้รองพื้นเป็นคราบระหว่างวันได้, สำหรับใครที่ออกแดดกลางแจ้งเป็นประจำแนะนำให้เติมกันแดดระหว่างวันอีกรอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกันแดดต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

Step 4: ลงรองพื้น หรือ คุชชั่น

หลังจากเตรียมผิวเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนงานผิว สามารถเลือกใช้รองพื้น หรือ คุชชั่นตามความถนัดได้เลย สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาผิวมาก สามารถลงบางๆ ได้เลย ด้วยความที่ผิวเรามีความชุ่มชื้นและเรียบเนียนจากเซรั่มแล้วรองพื้นจะกลืนไปกับผิว ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาเตอะ

How to:

  • แต้มรองพื้น หรือ คุชชั่น 5 จุดทั่วใบหน้า
  • ค่อยๆ เกลี่ยจากกึ่งกลางหน้าออกสู่กรอบหน้า

Step 5: กลบจุดบกพร่องเฉพาะจุด (Concealer)

ถ้ายังมีรอยสิวหรือใต้ตาคล้ำ ให้ใช้คอนซีลเลอร์แต้มเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิดจริงๆ แล้วใช้นิ้วมือหรือฟองน้ำกดย้ำๆ เบาๆ เพื่อให้เนียนไปกับผิว

Step 6: ล็อคผิวด้วยแป้งฝุ่น

สำหรับคนที่มีผิวมันง่าย สามารถลงแป้งฝุ่นลดความมันได้ ให้ลงแป้งฝุ่น (Loose Powder) บางๆ เน้นเฉพาะ T-Zone (หน้าผาก จมูก คาง) เพื่อคุมมัน ส่วนบริเวณแก้มปล่อยให้โชว์ความฉ่ำวาวจากขั้นตอนสกินแคร์ได้เลย

Step 7: เติมสีสัน (Adding Color)

  • คิ้ว: เขียนตามรูปคิ้วเดิม เน้นฟุ้งๆ ที่หัวคิ้ว
  • แก้ม: แนะนำให้ใช้บลัชออนเนื้อครีมหรือเนื้อน้ำ เพื่อให้ดูผิวสุขภาพดี แก้มใส
  • ปาก: ทาลิปสติกสีที่ชอบ อาจตบท้ายด้วยกลอสเบาๆ เพิ่มมิติ
7 ขั้นตอนการแต่งหน้า ฉบับมือใหม่

Special Tip: เลือกเมคอัพให้หน้าไบร์ทตามโทนสีผิว

เตรียมผิวด้วยครบทุกขั้นตอนแล้ว แต่ถ้าเลือกสีเมคอัพผิด ชีวิตเปลี่ยนได้เลย เรามาเช็คกันง่ายๆ ว่าผิวเราเหมาะกับโทนสีไหน หน้าจะได้ไม่หมอง ไม่เทา

วิธีเช็คด่วน: ดูเส้นเลือดที่ข้อมือในแสงธรรมชาติ

  • เส้นเลือดสีม่วง/น้ำเงิน = Cool Tone (ผิวโทนชมพู)
  • เส้นเลือดสีเขียว/เขียวขี้ม้า = Warm Tone (ผิวโทนเหลือง)

1. สาว Cool Tone (ผิวอมชมพู)

ผิวเราจะดูผ่องมากเมื่ออยู่กับสีโทนเย็น หรือเครื่องประดับเงิน

  • รองพื้น: เลือกโทน Pink Base (ขาวอมชมพู) จะทำให้ผิวดูสุขภาพดี
  • แก้ม: สีชมพูนม, ชมพูตุ่น (Dusty Rose), ม่วงพลัม
  • ปาก: สีแดงเชอร์รี่, ชมพูกลีบบัว, แดงเบอร์รี่

2. สาว Warm Tone (ผิวอมเหลือง/ผิวสีน้ำผึ้ง)

สาวไทยส่วนใหญ่จะอยู่นี้ เราจะดูขับผิวสุดๆ กับเครื่องประดับทอง

  • รองพื้น: เลือกโทน Yellow Base (โทนเหลือง) กลืนไปกับผิวได้ดีที่สุด ไม่วอก ไม่ลอย
  • แก้ม: สีส้มพีช, สีส้มปะการัง (Coral), สีแดงอิฐ, สีน้ำตาลตุ่น
  • ปาก: สีนู้ดน้ำตาล, ส้มอิฐ, แดงมะเขือเทศ
เลือกเมคอัพให้หน้าไบร์ทตามโทนสีผิว

บทสรุป

ขั้นตอนการแต่งหน้าที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงการถมเครื่องสำอางลงไป แต่คือการลงไปที่ละขั้นตอนเพื่อผลลัพธ์ที่ถูกใจ งานผิวสวย เนียน ถ้าพื้นฐานผิวเราได้รับการทำความสะอาดที่ดีพร้อมรับเซรั่มบำรุงอย่างเต็มที่ก็จะช่วยให้เมคอัพติดทน หน้าไม่หยา และผิวโกลว์สวยมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้มือใหม่หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่ถือว่าเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพียงเท่านี้เราก็สามารถแต่งหน้า มีงานผิวสวยเหมือนกับมืออาชีพได้แล้ว

คำถามพบบ่อยที่เกี่ยวกับขั้นตอนการแต่งหน้า

1. Q: ลงสกินแคร์ก่อนแต่งหน้า ต้องรอนานแค่ไหน?

A: ไม่ต้องรอนานจนหน้าแห้งมาก สำหรับเนื้อครีมเซรั่ม แนะนำให้รอประมาณ 1-2 นาที ให้เซรั่มซึมลงผิวจนหมดความเหนอะหนะ แล้วแตะดูว่าผิวนุ่มๆ เด้งๆ หรือยัง ถ้าเซ็ตตัวดีแล้ว ลงกันแดดหรือรองพื้นต่อได้เลย จะทำให้เมคอัพเกาะผิวแน่นที่สุด

2. Q: ทำไมแต่งหน้าแล้ว "เป็นคราบ" หรือ "ตกร่อง" ระหว่างวัน?

A: สาเหตุหลักคือ ผิวขาดน้ำ และ ล้างหน้าไม่สะอาด

  1. ถ้าล้างหน้าไม่เกลี้ยง เซลล์ผิวเก่าจะขวางทางรองพื้น ควรล้างหน้าแบบ Double Cleansing หากไม่มั่นใจสามารถเช็คผิวด้วยสำลีอีกครั้ง
  2. ถ้าผิวแห้ง รองพื้นจะดูดความชื้นจากผิวจนแตกเป็นร่อง ควรเติมความชุ่มชื้นให้ร่องผิวตื้นขึ้น

3. Q: ถ้าวันไหนรีบๆ ไม่ลงรองพื้นได้ไหม?

A: ได้ โดยเฉพาะคนที่ผิวสวย สุขภาพดี ไร้จุดด่างดำแล้วสามารถลงกันแดด ตบแป้งฝุ่น เขียนคิ้ว ทาลิป ก็ออกจากบ้านแบบโชว์ผิวสวยแบบธรรมชาติออกจากบ้านได้เลย หรือใครไม่มั่นใจรอยดำสามารถเติมปกปิดเฉพาะจุดได้เพื่อลดเวลาในการแต่งหน้า

เคล็ดลับที่น่าสนใจสำหรับคุณ