สีผิวไม่เท่ากัน ไม่สม่ำเสมอ เกิดจากอะไรได้บ้าง ? แก้ไขอย่างไงให้ผิวกลับมาเรียบเนียน

สีผิวไม่เท่ากัน ไม่สม่ำเสมอ เกิดจากอะไรได้บ้าง ? แก้ไขอย่างไรให้ผิวกลับมาเรียบเนียน

สีผิวไม่เท่ากัน โดยเฉพาะที่ผิวกาย จะสังเกตได้ง่ายว่าเวลาเราใส่เสื้อแขนสั้น หรือกางเกงขาสั้น แล้วเห็นสีผิวที่ดูกระดำกระด่าง สีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดได้จากหลายสาเหตุและผิวอาจกำลังส่งสัญญาณบอกเราว่า ผิวต้องการให้ดูแลเป็นพิเศษ

ลักษณะของสีผิวไม่สม่ำเสมอ:

  1. ผิวทูโทน (Two-Tone Skin): นี่คือลักษณะที่พบบ่อยที่สุด คือการเห็นสีผิว 2-3 เฉดสีอย่างชัดเจน เช่น สีผิวที่แขนช่วงที่อยู่นอกร่มผ้าจะมีสีเข้มกว่าสีผิวช่วงต้นแขนที่อยู่ในร่มผ้า
  2. จุดด่างดำ (Dark Spots): คือรอยดำที่กระจายอยู่ตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นรอยสิวที่หลัง, รอยยุงกัดที่ทิ้งร่องรอยไว้, หรือรอยแผลเป็นที่สีเข้มกว่าผิวส่วนอื่น
  3. ผิวหมองคล้ำเฉพาะจุด (Localized Dullness): มักจะเกิดบริเวณผิวที่มีการเสียดสีบ่อยๆ เช่น ข้อศอก, หัวเข่า, หรือขาหนีบ ที่มักจะมีสีเข้มและดูแห้งกร้านกว่าผิวส่วนอื่น
  4. ผิวไหม้แดด (Uneven Tan): ลักษณะนี้มักเกิดหลังจากเราไปทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ เช่น ไปทะเล หรือเล่นกีฬา แล้วผิวคล้ำเสียเป็นหย่อมๆ ไม่เรียบเนียน

สาเหตุหลักที่ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ

การที่สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ โดยหลักๆ แล้วเกิดจากการที่ "เซลล์เม็ดสี" หรือ "เมลานิน" (Melanin) ทำงานผิดปกติ หรือถูกกระตุ้นมากเกินไปในบางบริเวณ ซึ่งสาเหตุที่ไปกระตุ้นพวกเขาก็มาจากปัจจัยเหล่านี้:

  1. แสงแดดและรังสี UV
    นี่คือสาเหตุหลักที่พบมากที่สุด เมื่อผิวเราเจอรังสี UV ผิวจะกระตุ้นการผลิตเมลานินให้เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง โดยทั่วไปแล้วเราโดนแดดไม่ทั่วถึง หรือโดนแดดซ้ำๆ ที่เดิม ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอนั่นเอง
  2. รอยดำหลังการอักเสบ
    รอยดำที่ทิ้งไว้หลังจากผิวเกิดการอักเสบ เช่น สิวที่หลัง, ผื่นคัน, รอยยุงกัด, หรือแผลที่เราไปแกะเกา เมื่อผิวอักเสบ ร่างกายจะตอบสนอง โดยการผลิตเมลานินบริเวณนั้นเพิ่มขึ้น ทิ้งไว้เป็นร่องรอยให้เราเจ็บใจ
  3. การสะสมของเซลล์ผิวเก่า
    ตามธรรมชาติ ผิวของเราจะมีการผลัดเซลล์ทุกๆ 28 วัน แต่ถ้ากระบวนการนี้ทำงานได้ไม่ดี หรือเราไม่เคยสครับผิวเลย เซลล์ผิวที่ตายแล้วก็จะทับถมกันเป็นชั้นหนาๆ ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูด้าน, แห้ง, และหมองคล้ำกว่าปกติ
  4. ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น
    ผิวที่แห้งกร้านจะทำให้เกราะป้องกันผิว อ่อนแอลง ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองและปัจจัยภายนอกได้ง่าย แถมยังทำให้การผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติช้าลงอีกด้วย ผิวจึงดูหมอง ไม่สดใส
  5. พันธุกรรม
    บางคนมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะผลิตเมลานินมากกว่าปกติ หรือมีการกระจายตัวของเม็ดสีที่ไม่สม่ำเสมอมาตั้งแต่เกิด
  6. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
    ความผันผวนของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ในช่วงตั้งครรภ์, วัยหมดประจำเดือน, หรือจากการใช้ยาคุมกำเนิด สามารถกระตุ้นเซลล์เม็ดสีให้ทำงานมากขึ้นได้เช่นกัน
วิธีแก้ไขผิวไม่สม่ำเสมอให้กลับมากระจ่างใส

4 วิธีแก้ไขผิวไม่สม่ำเสมอให้กลับมากระจ่างใสภายใน 1 เดือน

1. ทาครีมกันแดด

ขั้นตอนแรกของการป้องกันการเกิดซ้ำ นั่นคือการทาครีมกันแดดตัว SPF50 PA+++ ขึ้นไป ควรทาเป็นประจำทุกเช้า แม้ในวันที่ไม่ได้ออกไปไหน เพราะรังสี UV อยู่รอบตัวเราเสมอ ถ้าเราไม่ปกป้องผิว ต่อให้บำรุงดีแค่ไหน เมลานินใหม่ก็จะถูกผลิตขึ้นมาเรื่อยๆ ครีมกันแดดเป็นตัวช่วยสำคัญในการตัดวงจรผิวคล้ำเสียไม่สม่ำเสมอนั่นเอง

2. ขัดเซลล์ผิว

เราต้องช่วยผิวเคลียร์ทางให้พร้อมสำหรับการบำรุงผิว ด้วยการสครับผิว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วและทับถมกันอยู่ให้หลุดออกไป สเต็ปนี้จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และยังเป็นการเตรียมผิวพร้อมรับการบำรุงในสเต็ปถัดไปได้ลึกและเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. ทาครีมบำรุงผิว

ขั้นตอนที่จะเข้ามาฟื้นฟูผิวให้กลับไปเป็นผิวขาวกระจ่างใส เท่ากันทุกส่วน เราจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม Active Ingredients (เช่น วิตามินซี) เพื่อเข้าไปจัดการกับจุดด่างดำและความหมองคล้ำที่ต้นเหตุ สำหรับคนที่มีผิวคล้ำเสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ควรเลือกใช้โลชั่นที่เข้มข้น และซึมไว อย่างบอดี้เซรั่มถูกออกแบบมาให้มีเนื้อบางเบา แต่มีส่วนผสมสำคัญที่เข้มข้นสูงกว่าโลชั่นทั่วไป จึงตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวได้ตรงจุดกว่า 3 สูตรบอดี้เซรั่มของ NIVEA ที่เข้าไปช่วยแก้ไขตรงจุดปัญหาผิว

นีเวีย บอดี้ เซรั่ม 10 ซูเปอร์ วิตามิน โกลว์ เพอร์เฟคชั่น

สูตรนี้เข้มข้นมากด้วยพลัง 10 ซูเปอร์วิตามิน และวิตามินซี 100 เท่าจากเมล็ดองุ่น ช่วยจัดการรอยดำฝังลึก ให้ผิวกลับมาดูโกลว์ สม่ำเสมอ และยังมีสารสำคัญอย่าง ไบรท์เทนนิ่ง ไนอาซินาไมด์ + วิตามินซี ที่เข้าไปบำรุงลึกถึงชั้นผิว ให้ผิวกลับมากระจ่างใสเท่ากันภายใน 5 วัน

เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหารอยดำฝังลึกที่แก้ยาก เช่น รอยแผลเป็นเก่าๆ รอยยุงกัดที่ทิ้งรอยดำไว้นาน

นีเวีย บอดี้ เซรั่ม 10 ซูเปอร์ วิตามิน โกลว์ เพอร์เฟคชั่น

นีเวีย วิตามิน บอดี้ เซรั่ม เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ ซีพลัส

เซรั่มกันแดด ที่ตอบโจทย์ 2 สเต็ปในขวดเดียว คือมีวิตามินซีเข้มข้น 50 เท่า (จากคามู คามู) ช่วยกู้ผิวไบรท์ และมี SPF50 PA+++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากแดดในตอนเช้าได้เลย สะดวกสบาย ลดขั้นตอนในการบำรุง ทาแค่รอบเดียวสามารถฟื้นฟูผิวและป้องกันแสงแดดได้ในเวลาเดียวกัน

เหมาะสำหรับ: คนที่ผิวคล้ำเสียจากแดดโดยตรง หรือคนที่ต้องการความสะดวก จบในขวดเดียว

นีเวีย วิตามิน บอดี้ เซรั่ม เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ ซีพลัส

นีเวีย ซี แอนด์ อี วิตามิน บอดี้ เซรั่ม

เป็นโลชั่นเนื้อเซรั่มที่ผสานพลังของวิตามิน C และวิตามิน E เข้มข้น ช่วยให้กระจ่างใสและเพิ่มความชุ่มชิ้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำได้ภายใน 7 วัน จุดเด่นของสูตรนี้คือ มีสารสำคัญที่ช่วยเรื่องผิวไม่สม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่าง วิตามินซีบริสุทธิ์ 95% กลูต้าไธโอน และไนอาซินาไมด์ พร้อม UV ฟิลเตอร์

เหมาะสำหรับ: คนที่ผิวไม่สม่ำเสมอและมีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้นร่วมด้วย

นีเวีย ซี แอนด์ อี วิตามิน บอดี้ เซรั่ม

4. การรักษาด้วยหัตถการ (การฉีดผิว)

นอกเหนือจากการดูแลผิวที่บ้าน สำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกการฉีดผิว หรือ ดริปวิตามิน ซึ่งเป็นหัตถการที่ทำในคลินิก ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก การฉีดผิวคือการนำสารบำรุงเข้มข้น เช่น วิตามินซี, กลูต้าไธโอน, หรือสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ฉีดเข้าสู่ร่างกายหรือชั้นผิวโดยตรง เพื่อมุ่งเน้นการลดการสร้างเม็ดสีและฟื้นฟูผิวจากภายใน

เทคนิคการทาครีมให้ได้ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูผิวสูงสุด

เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแล้วก็ควรทาให้ถูกต้องด้วย เรามีเทคนิคที่ช่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

1. ทาครีมทันทีหลังอาบน้ำ:

เวลาที่ดีที่สุดในการทาครีมบอดี้เซรั่มคือ หลังอาบน้ำทันที ในขณะที่ผิวยังหมาดๆ รูขุมขนกำลังเปิด จะช่วยให้ครีมบอดี้เซรั่มซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีและลึกที่สุด

2. ลงซ้ำเฉพาะจุด:

หลังจากทาครีมบอดี้เซรั่มทั่วตัวในรอบแรกแล้ว ให้บีบครีมบอดี้เซรั่มอีกเล็กน้อย แล้วทา "นวดวน" ซ้ำอีก 1 ชั้น เฉพาะบริเวณที่ผิวมีปัญหาหนักๆ เช่น ข้อศอก, หัวเข่า, รอยดำที่ขา หรือรอยแผลเป็น

3. ทาต่อเนื่อง:

ผิวต้องการการบำรุงอย่างต่อเนื่อง การทาเช้า-เย็นทุกวันจึงสำคัญมาก

เทคนิคการทาครีมให้ได้ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูผิวสูงสุด

บทสรุป

ปัญหาผิวไม่เท่ากันหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดจากที่เม็ดสีเมลานินผลิตมากเกินไป ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะ จากการโดนแดด รอยแผล ผิวแห้ง รวมถึงการสะสมของเซลล์ผิว เราสามารถแก้ไขได้หลากหลายวิธีที่เราแนะนำไป คือ การปกป้องด้วยกันแดด, ผลัดเซลล์ และ บำรุงด้วยบอดี้เซรั่มที่เข้มข้น รวมถึงการฉีดผิว ปรึกษาแพทย์เพื่อให้ผิวกลับมากระจ่างใสได้ภายใน 1 เดือน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีผิวไม่สม่ำเสมอ

1. Q: ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าสีผิวจะสม่ำเสมอ?

A: ขึ้นอยู่กับความเข้มของรอยดำเดิมและวินัยในการดูแลของแต่ละคนครับ แต่หากเราทำครบทั้ง 4 วิธี (กันแดด, สครับ, บำรุงด้วยเซรั่ม, ฉีดผิว) อย่างสม่ำเสมอทุกวัน ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าผิวดูไบรท์และเรียบเนียนขึ้นใน 2-4 สัปดาห์

2. Q: ทำไมต้องใช้ "บอดี้เซรั่ม" แทนโลชั่นทั่วไป?

A: เพราะ "เซรั่ม" ถูกออกแบบมาให้มีเนื้อบางเบากว่า ซึมซาบได้ลึกกว่า และที่สำคัญคือมีส่วนผสม Active Ingredients (เช่น วิตามินซี) ที่เข้มข้นสูงกว่าโลชั่นทั่วไป จึงเหมาะกับการจัดการปัญหาที่ต้องการผลลัพธ์เร่งด่วนและตรงจุดมากกว่า

3. Q: ถ้าทา นีเวีย ซูเปอร์ ซีพลัส (SPF50) ตอนเช้าแล้ว ต้องทากันแดดทับอีกไหม?

A: ไม่จำเป็น เพราะนีเวีย ซูเปอร์ ซีพลัส ถูกออกแบบมาให้เป็นเซรั่มกันแดดในตัว (บำรุง + ปกป้อง) ซึ่งค่า SPF50 PA+++ นั้นเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป แต่หากวันไหนเราต้องตากแดดจัดเป็นเวลานานจริงๆ (เช่น ไปทะเล หรือเล่นกีฬากลางแจ้ง) แนะนำให้ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพการป้องกันสูงสุด

เคล็ดลับที่น่าสนใจสำหรับคุณ