ขาแตกลาย แก้ยังไง? รวมวิธีแก้ผิวแห้งมาก คัน หรือ ขาแตกลาย ให้กลับมามีสุขภาพดี

ขาแตกลาย แก้ยังไง? รวมวิธีแก้ผิวแห้งมาก คัน หรือ ขาแตกลาย ให้กลับมามีสุขภาพดี

ขาแตกลาย สามารถหมายถึงทั้งผิวหน้าแข้งที่แห้งคันจนลอกเป็นขุยและรอยเส้นๆ บริเวณน่องและต้นขา ได้เช่นกัน แต่ทั้งสองเป็นคนละประเภทของปัญหา ดังนั้นเราต้องแยกประเภทของขาแตกและหาวิธีการรักษาที่ตรงจุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

ประเภทของขาแตก

ประเภทที่ 1: ขาแห้งแตก (ผิวแห้งแตก, Xerosis)

พบบ่อยบริเวณหน้าแข้งและส้นเท้า จากการสูญเสียการกักเก็บความชุ่มชื้นบนผิว จนเกิดอาการผิวแห้ง แตก คัน

อาการ:

  • ผิวแห้งตึงมาก (โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ) และมีอาการคัน
  • ผิวลอกเป็นขุย หรือเป็นสะเก็ดสีขาว
  • หากรุนแรง ผิวจะแตกเป็นลาย "เกล็ดปลา" (Fish Scale Skin)
  • บริเวณส้นเท้าผิวจะหนา ด้าน และแตก "ลึก" (Cracked Heels)

ประเภทที่ 2: ขาแตกลาย (รอยแตกลาย, Striae)

คือ แผลเป็นที่เกิดจากการฉีกขาดของผิวหนังชั้นใน โดยรอยแตกลายนั้นจะแบ่งออกมาเป็น 2 ประเภทหลักๆ ด้วยกันคือรอยแตกสีแดง และ รอยแตกสีขาว

อาการ:

  • เป็นรอยเส้นๆ พบบ่อยที่น่อง, ต้นขา, สะโพก
  • ระยะแรก รอยแตกแดง: เส้นสีชมพู แดง หรือม่วง
  • ระยะหลังรอยแตกขาว: เส้นเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด

สาเหตุหลักของอาการขาแตก

อาการขาแตกทั้งสองแบบมีสาเหตุหลัก ดังนี้:

1. การยืดขยายของผิวหนัง

ผิวหนังถูกยืดเร็วเกินไป จนคอลลาเจนในผิวชั้นแท้ฉีกขาด โดยมักเกิดจากวัยรุ่นโตเร็ว, น้ำหนักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว, หรือการตั้งครรภ์

2. การสูญเสียความชุ่มชื้น

เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอ ทำให้น้ำระเหยออกจากผิวได้ง่าย โดยเฉพาะผิวบริเวณหน้าแข้ง มีต่อมไขมันน้อย จึงเป็นจุดที่แห้งง่ายที่สุด

สาเหตุหลักของอาการขาแตก

3. ปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและแห้งมากยิ่งขึ้น เช่นการอาบน้ำร้อนจัด และการใช้สบู่ที่แรงเกินไปอากาศเย็นและแห้ง หรือการอยู่ในห้องแอร์นานๆ รวมถึงการสัมผัสสารเคมีบ่อยๆ

4. ปัจจัยภายในและพันธุกรรม

พันธุกรรมที่ผิวแห้งง่าย หรือเกิดรอยแตกลายได้ง่าย สำหรับคนที่มีอายุที่มากขึ้น ทำให้การผลิตน้ำมันตามธรรมชาติลดลง

วิธีการรักษาและป้องกันขาแตก

1. ปรับพฤติกรรมการอาบน้ำ

หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด เพราะจะชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติของผิว ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องและสบู่อ่อนโยน

2. ทาโลชั่นทันทีหลังอาบน้ำ

หลังซับตัวหมาดๆ ให้รีบทาโลชั่นทันที เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้เราสามารถบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพสูงสุด

3. ทาครีมบำรุงผิว

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องคือทางลัดในการแก้ปัญหา เป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้เราดูแลผิวได้ตรงจุดโดยการเพิ่มความชุ่มชื้นและล็อกความชุ่มชื้นให้อยู่บนผิวยาวนานที่สุด NIVEA ขอแนะนำครีมทาผิวที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นไว้กับผิวยาวนานถึง 48 ชม. พร้อมเข้าบำรุงอย่างตรงจุด

1. นีเวีย อินเทนซีฟ มอยส์เจอร์ บอดี้ มิลค์ โลชั่น

โลชั่นที่ช่วยฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิว อุดมด้วย 50x Vitamin E, Avocado Oil และ Grape Seed Oil ด้วยส่วนผสมที่เข้มข้น แต่เนื้อสัมผัสเบาสบายผิว ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้ได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน

เหมาะสำหรับ: คนที่หน้าแข้งแห้งมาก, คัน, หรือแตกเป็นลายเกล็ดปลา ต้องการความชุ่มชื้นยาวนาน

นีเวีย อินเทนซีฟ มอยส์เจอร์ บอดี้ มิลค์ โลชั่น

2. นีเวีย ซอฟท์ แอนด์ สมูท บอดี้ มิลค์

เหมาะสำหรับบำรุงผิวระหว่างวันเพิ่มความนุ่มชุ่มชื้นเพราะมีเชียบัตเตอร์ (Shea Butter) เข้มข้น พร้อมฟื้นฟูผิวที่แห้งให้กลับมาอิ่มน้ำ ด้วยวิตามิน E เข้มข้น จุดเด่นคือ เป็นโลชั่นเนื้อน้ำนม ให้เนื้อสัมผัสที่แห้งเบาสบาย

เหมาะสำหรับ: คนที่ขาแห้ง สัมผัสแล้วสาก ขาดความนุ่มลื่น

นีเวีย ซอฟท์ แอนด์ สมูท บอดี้ มิลค์

3. นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงิน

ครีมเข้มข้นในตำนาน ด้วย Eucerit และ แพนธีนอล (Panthenol) ทำหน้าที่ล็อกความชุ่มชื้น (Occlusive) ได้ดีที่สุด ด้วยเนื้อครีมเข้มข้นเหมาะสำหรับบำรุงเฉพาะจุดที่ต้องการบำรุงอย่างล้ำลึกและเร่งด่วน เช่นบริเวณส้นเท้า หัวเข่า ที่มีการแตกลึกจนเห็นได้ชัดเจน

เหมาะสำหรับ: ใช้ทาส้นเท้าแตก, หัวเข่า, ข้อศอกที่ด้านและแตกมาก (ทาหนาๆ ก่อนนอน)

นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงิน

4. บำรุงร่างกายจากภายใน

การทาครีมจากภายนอกนั้นสำคัญ แต่การบำรุงจากภายในจะช่วยให้ผิวแข็งแรงในระยะยาว

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ สิ่งที่ควรทำเป็นประจำทุกวัน ผิวที่ชุ่มชื้นเริ่มต้นจากการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อให้เซลล์ผิวอิ่มน้ำจากภายใน
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกทานอาหารที่ช่วยในการเพิ่มน้ำมันธรรมชาติให้กับผิว เช่น ไขมันดี, วิตามินซี, วิตามินอี หรือ ซิงค์ ที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ผิวใหม่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายสร้างฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด หากได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอสามารถช่วยลดการชะลอของผิวให้ผิวยังคงสุขภาพดีได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น
  • ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักและไขมันในร่างกาย นอกจากจะช่วยไม่ให้ผิวขยายตัวแล้ว ยังช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิวด้วย
บำรุงร่างกายจากภายใน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ

บทสรุป

ปัญหาขาแตกของเราจะเป็นแบบแห้ง หรือ ลาย จุดความสำคัญของการรักษาและดูแลคือความชุ่มชื้นของผิว หากสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างต่อเนื่องปัญหาผิวแห้งแตก ส้นเท้าแตกก็จะไม่กลับมากวนใจเราอีก อย่าลืมเลือกโลชั่นนีเวียที่เหมาะกับปัญหาผิวของเรา และบำรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคืนความเรียบเนียนให้ผิวขากลับมาสวยมั่นใจอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการขาแตก

1. Q: ทำไมหน้าแข้งถึงแห้งและคันง่าย?

A: เพราะผิวบริเวณหน้าแข้งมีต่อมไขมันน้อยกว่าส่วนอื่น จึงสูญเสียความชุ่มชื้นง่ายที่สุด

2. Q: ขาแตกเป็นลายเกล็ดปลา แก้ยังไง?

A: นี่คือปัญหาผิวแห้งรุนแรงต้องใช้โลชั่นเข้มข้น เช่น นีเวีย อินเทนซีฟ มอยส์เจอร์ ทาทันทีหลังอาบน้ำ และ งดอาบน้ำร้อนจัดเด็ดขาด

3. Q: นีเวียตลับน้ำเงิน ทาส้นเท้าแตกได้ไหม?

A: ช่วยได้เพราะเป็นครีมเข้มข้น (Occlusive) ที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับทาหนาๆ ที่ส้นเท้าก่อนนอนแล้วใส่ถุงเท้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

เคล็ดลับที่น่าสนใจสำหรับคุณ