รอยแตกลาย สาเหตุ วิธีป้องกัน และการดูแลให้ผิวกลับมาเรียบเนียน

รอยแตกลาย สาเหตุ วิธีป้องกัน และการดูแลให้ผิวกลับมาเรียบเนียน

รอยแตกลาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าท้อง สะโพก หรือน่อง เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะอายุน้อย วัยทำงาน หรือคุณแม่ที่กำลังอุ้มท้องลูกน้อย บางรอยแตกทำให้เราหมดความมั่นใจได้เช่นกัน

รอยแตกลาย ผิวแตกลายคืออะไรกันแน่?

รอยแตกลาย ผิวแตกลาย คือ แผลเป็นประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการฉีกขาดของผิวหนังชั้นแท้ (Dermis) เมื่อผิวหนังถูกยืดขยายตัวหรือหดตัวอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ใช่แค่ปัญหาผิวอย่างผิวแห้ง แตก แต่อย่างใด

ประเภทของรอยแตกลาย

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่หลายคนไม่ทราบ รอยแตกลายมี 2 ระยะหลัก ซึ่งต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน

  • รอยแตกลายแดง (Striae Rubrae) คือ รอยแตกระยะเริ่มต้น หรือ ระยะอักเสบ เมื่อผิวหนังเพิ่งเริ่มฉีกขาดใหม่ๆ เราจะเห็นเป็นเส้นสีชมพู แดง หรือม่วง การดูแลของรอยแตกแดงนั้นใช้เวลาน้อยและเห็นผลไวกว่า เพราะผิวยังมีการไหลเวียนของเลือดและกำลังซ่อมแซมตัวเอง การทาครีมบำรุงเข้มข้นในช่วงนี้จะเห็นผลลัพธ์ในการลดเลือนรอยได้ดีที่สุด
  • รอยแตกลายขาว (Striae Albae) คือ รอยแตกที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เมื่อการอักเสบหายไปแล้ว คอลลาเจนได้กลายเป็นพังผืด เส้นใยใต้ผิวถูกทำลาย รอยจะเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดหรือสีเงิน การดูแลรอยแตกลายขาวจะรักษายากกว่ามาก เพียงใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการรักษาด้วยทาครีมบำรุงจะช่วยให้รอย จางลง และ นุ่มนวลขึ้น ทำให้ผิวโดยรวมดูกลืนกันมากขึ้น แต่ไม่สามารถลบให้หายไป 100%
รอยแตกลายเกิดจากอะไร? ใครบ้างที่เสี่ยง

รอยแตกลายเกิดจากอะไร? ใครบ้างที่เสี่ยง

กลไกของรอยแตกลายหลักๆ เกิดจากการที่ผิวหนังถูกยืดเร็วเกินไป จนคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนสปริงของผิวในหนังแท้ ฉีกขาดออกจากกัน กลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย ได้แก่

  • การตั้งครรภ์: (ท้องลาย) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ผิวบริเวณหน้าท้องจะขยายตัวรวดเร็วมาก
  • วัยรุ่น/การเติบโต: (Growth spurts) ร่างกายที่สูงขึ้นหรือขยายขนาดเร็ว (เช่น บริเวณน่อง, สะโพก, เข่า)
  • การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก: ทั้งการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น (อ้วนขึ้น) หรือลดลงอย่างรวดเร็ว
  • การออกกำลังกาย: เช่น การสร้างกล้ามเนื้อที่ขยายตัวเร็ว บริเวณไหล่ หรือต้นแขน
  • พันธุกรรม: บางคนก็มีแนวโน้มที่จะเป็นรอยแตกลายได้ง่ายกว่าคนอื่นจากกรรมพันธุ์

4 วิธีรักษาและป้องกันรอยแตกลาย

การดูแลรอยแตกลายต้องใช้วิธีผสมผสานกัน ทั้งการบำรุงจากภายนอกและการดูแลจากภายใน นี่คือ 4 วิธีหลักที่ NIVEA อยากแนะนำ

1. บำรุงผิวกายบริเวณที่แตกลายเป็นประจำ

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดทั้งในการ "ป้องกัน" และ "บำรุง" รอยเก่าให้จางลง การเลือกครีมหรือโลชั่นที่เหมาะสมและทาเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว NIVEA ขอแนะนำ 3 สูตร ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวแตก รอยแตก

สำหรับผิวแห้งกร้าน ผิวแตก เพิ่มความชุ่มชื้น

นีเวีย อินเทนซีฟ มอยส์เจอร์ บอดี้ มิลค์ โลชั่น (NIVEA Intensive Moisture Body Milk Lotion)
เหมาะสำหรับการบำรุงผิวทั่วร่างกายทุกวัน ด้วยส่วนผสมของ 50x Vitamin E ที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นล้ำลึก และ Avocado Oil กับ Grape Seed Oil ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวโดยตรง ทำให้ผิวพร้อมรับการขยายตัว

นีเวีย อินเทนซีฟ มอยส์เจอร์ บอดี้ มิลค์ โลชั่น

สำหรับการบำรุงเข้มข้นเฉพาะจุด (ล็อกความชุ่มชื้น)

นีเวีย ครีม (NIVEA Creme) ตลับน้ำเงิน
เหมาะสำหรับบริเวณที่เสี่ยงสูงสุด เช่น หน้าท้อง สะโพก ที่ต้องการการบำรุงที่เข้มข้นมาก เนื้อครีมที่มี Eucerit และ แพนธีนอล จะทำหน้าที่เป็น Occlusive ล็อกความชุ่มชื้น ไว้ใต้ผิวได้อย่างดีเยี่ยม ลดโอกาสการฉีกขาดของผิว

นีเวีย ครีม (NIVEA Creme) ตลับน้ำเงิน

สำหรับการดูแลสีผิวของรอยแตก

นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ดับเบิ้ล มอยส์เจอร์ บอดี้ โลชั่น (NIVEA Extra Bright Double Moisture Body Lotion)
ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องรอยแตกลายแดงหรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ วิตามินซี (Vitamin C) ในสูตรนี้จะช่วยปรับสีผิวโดยรวมให้ดูกระจ่างใสขึ้น ทำให้รอยแตกดูจางและกลมกลืนกับผิวมากขึ้น

นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ดับเบิ้ล มอยส์เจอร์ บอดี้ โลชั่น

2. สครับผิว

การสครับผิวบริเวณรอยแตกลาย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และยังช่วยให้ครีมบำรุงที่เราทาในขั้นตอนต่อไป ซึมซาบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อควรระวังคือ ควรเลือกสครับที่เม็ดละเอียดและขัดอย่างเบามือ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยแตกลายแดง

3. เลเซอร์รอยแตกลาย

สำหรับการรักษาที่ตรงจุดและเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะรอยแตกลายขาวที่รักษายาก เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเลเซอร์เป็นอีกตัวเลือกเช่นกัน

  • เลเซอร์สำหรับรอยแดง (เช่น V-Beam): จะไปจับกับเส้นเลือดสีแดง ทำให้รอยจางลงเร็วขึ้น
  • เลเซอร์สำหรับรอยขาว (เช่น Fractional Laser): จะยิงพลังงานลงไปกระตุ้นให้ผิวหนังชั้นแท้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่

4. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายส่งผลดีต่อรอยแตกลาย การออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ เช่น คาร์ดิโอ หรือ โยคะ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตทำให้สารอาหารและออกซิเจนถูกส่งไปซ่อมแซมผิวหนังได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมน้ำหนักให้คงที่ ป้องกันการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยแตกใหม่

วิธีรักษาและป้องกันรอยแตกลาย

บทสรุป

รอยแตกลายอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เรากังวล แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพียงเราต้องเข้าใจระยะของรอยแตกว่าอยู่ระยะไหน เพื่อให้เราสามารถหาวิธีการป้องกัน ตั้งแต่เนิ่นๆ ความชุ่มชื้น คือปัจจัยสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นให้ผิว ไม่ว่าเราจะอยู่ในระยะป้องกัน หรือต้องการดูแลรอยเดิมให้ดูจางลง การเลือกโลชั่นที่เหมาะสมและวิธีการทาที่ถูกต้อง ร่วมกับการดูแลตัวเองในด้านอื่นๆ คือวิธีที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดในการดูแลผิวของเราให้กลับมาเรียบเนียนและมั่นใจอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับรอยแตกลาย

1. Q: รอยแตกลายจางลงได้ไหม?

A: จางลงได้ โดยเฉพาะรอยแตกลายแดง ถ้ารีบดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการทาครีมบำรุงเข้มข้น โอกาสจางลงจนแทบมองไม่เห็นก็มีสูง ส่วนรอยแตกลายขาว จะจางลงและนุ่มนวลขึ้นได้ด้วยการบำรุงที่สม่ำเสมอ แต่จะใช้เวลาที่นานกว่า

2. Q: นีเวียตลับน้ำเงินช่วยเรื่องรอยแตกลายได้จริงไหม?

A: "ช่วยได้" ในแง่ของการป้องกันและเพิ่มความยืดหยุ่น ด้วยคุณสมบัติการล็อกความชุ่มชื้นที่เข้มข้นของ Eucerit ทำให้ผิวที่กำลังจะขยายตัว (เช่น ผิวหน้าท้องของคุณแม่) ยืดหยุ่นได้ดีขึ้น จึงลดโอกาสการเกิดรอยแตกใหม่ได้ดีมาก

3. Q: ต้องเริ่มทาครีมป้องกันท้องลายเมื่อไหร่?

A: ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ หรืออย่างช้าที่สุดคือช่วงไตรมาสที่ 2 (เดือนที่ 4-6) เพราะเป็นช่วงที่ผิวจะเริ่มขยายตัวเร็วมาก การป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด

เคล็ดลับที่น่าสนใจสำหรับคุณ