เลือกโลชั่นและครีมทาผิวแห้ง ดูแลผิวกายให้เนียนนุ่ม

เลือกโลชั่นและครีมทาผิวแห้ง ดูแลผิวกายให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น

ผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย หรือมีอาการคันยิบๆ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ ยิ่งช่วงหน้าหนาวผิวยิ่งทวีความแห้ง หนักเข้าผิวก็อาจระคายเคือง มีอาการคัน จนถึงขั้นแสบผิวได้ แต่รู้หรือไม่? อาการผิวแห้ง ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นนะ เพราะปัญหาผิวแห้งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การทานยารักษาโรคบางชนิด การเผชิญแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน การทำงานอยู่ในห้องแอร์ รวมไปจนถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว

หลายคนเจอปัญหาทาครีมเยอะแค่ไหนผิวก็ยังไม่ชุ่มชื้น นั่นอาจเพราะเรายังไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง หรือยังเลือกครีมที่ไม่ตรงกับระดับความแห้งของผิว บทความนี้จะพาคุณไปวิเคราะห์สภาพผิวแห้ง พร้อมแนะวิธีเลือก "ครีมทาผิวแห้ง" ที่เหมาะสมในการฟื้นฟูปัญหาผิวของเราให้กลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นอีกครั้ง

ผิวแห้ง เกิดจากอะไร?

ผิวแห้ง คือ ภาวะที่ระดับน้ำที่อยู่ในชั้นผิวลดลงมากกว่าระดับปกติ เนื่องจากผิวหนังของเรามีส่วนประกอบของน้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ในภาวะปกติร่างกายจะมีเกราะป้องกันผิวหนัง (skin barrier) เพื่อให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น

เกราะป้องกันผิวหนัง (skin barrier) ทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง

  1. กักเก็บความชุ่มชื้น: ชั้นผิวหนังชั้นหนังกำพร้าจะมีไขมันซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นที่ผิวหนัง และป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวหนัง
  2. ป้องกันสิ่งแปลกปลอม: ชั้นหนังแท้จะมีต่อมเหงื่อทำหน้าที่สร้างและขับสารน้ำออกจากร่างกายเพื่อปรับอุณหภูมิ ปกป้องผิวจากมลภาวะ สารเคมี เชื้อโรค และต่อมไขมันทำหน้าที่ขับไขมันออกมาปกป้องผิว ไม่ให้ผิวแห้ง

เมื่อมีปัจจัยมารบกวนทำให้เกราะป้องกันผิวหนังเสียสมดุล ระดับความชุ่มชื้นลดลง เซลล์ผิวก็จะแห้งกร้าน ลอก และแตกเป็นขุยนั่นเอง ซึ่งสาเหตุก็มาจากหลายๆ ปัจจัย ทั้งภายใน และ ภายนอก ดังนี้

ปัจจัยภายนอกของการเกิดผิวแห้ง (External cause)

  • สภาพอากาศ: อากาศหนาวและแห้งในฤดูหนาว หรือการอยู่ในห้องแอร์นานๆ จะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว
  • การอาบน้ำ: การอาบน้ำอุ่นจัดหรือร้อนเกินไป และการอาบน้ำบ่อยเกินไป จะชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติของผิว
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด: การใช้สบู่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างสูง หรือมีสารชำระล้างที่รุนแรง (เช่น SLS)
  • แสงแดดและมลภาวะ: ทำร้ายผิวและทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นสะสม
ปัจจัยภายนอกของการเกิดผิวแห้ง

ปัจจัยภายในของการเกิดผิวแห้ง (Internal cause)

  • อายุ: เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมัน (Sebum) ได้น้อยลง
  • พันธุกรรม: บางคนมีแนวโน้มผิวแห้งมากกว่าคนอื่น
  • อาหาร: การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยฟื้นบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรรับประทานสารอาหารจำพวกวิตามินและกรดไขมันต่างๆ เพื่อลดอาการแห้งกร้านและคล้ำเสียของผิวพรรณ เช่น อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เพราะเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยเสริมสร้างชั้นน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ
  • โรคประจำตัวและยา: โรคผิวหนังบางชนิด (เช่น Eczema) หรือยาบางประเภทอาจส่งผลให้ผิวแห้ง

เช็กระดับผิวแห้ง เพื่อเลือกครีมทาผิวแห้งที่เหมาะสม

Level 1 | ผิวแห้งเล็กน้อย:

คนผิวแห้งระดับนี้อาจมีผิวแห้งเป็นบางครั้งคราว มักเป็นในช่วงที่ดื่มน้ำน้อยจนทำให้ผิวขาดน้ำ ช่วงที่งานหนักพักผ่อนน้อย หรือเวลาต้องอยู่ในที่อากาศแห้งและเย็นนานๆ โดยจะมีความรู้สึกไม่สบายผิว และอาจมีความคันยุบยิบในจุดที่ผิวแห้งระหว่างวัน

Level 2 | ผิวแห้งแตกลาย:

คนที่มีผิวแห้งปานกลางจะสามารถเห็นได้เลยว่าผิวเริ่มแตกลาย ดูไม่มีความยืดหยุ่น ผิวแดง และมีอาการตึงๆ ผิวหลังจากอาบน้ำ ต่อให้สภาพอากาศแบบไหน ไม่ว่าจะหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว ก็ยังคงมีปัญหาผิวแห้ง ผิวดูไม่เรียบเนียนอยู่ตลอด

Level 3 | ผิวแห้งมาก ลอกเป็นขุย:

คนที่มีผิวแห้งมาก มักจะแห้งแตกลายเหมือนเกล็ดปลา (มองเห็นได้ชัดกว่าระดับที่ 2) และผิวจะลอกเป็นขุย มีอาการแสบแดง คัน บางคนผิวแห้งหนักมากจนผิวอักเสบ ผิวหนังลอกออกเป็นแผ่น เป็นระดับผิวแห้งที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน และควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อรับคำปรึกษาแนะนำ

3 วิธีแก้ไขปัญหาผิวแห้ง

ควรเน้นการบำรุงผิวทั้งจากภายใน และ ภายนอก การฟื้นฟูผิวจากภายใน ด้วย 3 วิธีที่ช่วยแก้ปัญหาได้จริง

1. การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อวันหรือปริมาณ 8 แก้ว

การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและช่วยเรื่องการขับถ่าย ผิวพรรณจะมีสุขภาพที่ดีขึ้น

2. เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ

ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถเสริมสร้างชั้นน้ำมันธรรมชาติได้ เช่น วิตามินอี และ วิตามินซี ที่จะทำให้ผิวเปล่งปลั่ง เรียบเนียน ดูสดใสขึ้น

3.ควรเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายนอก ด้วยโลชั่นบำรุงผิวหรือครีมทาผิวแห้ง

การเลือกใช้โลชั่นบำรุงผิวหรือครีมทาผิวสำหรับผิวแห้ง เป็นตัวช่วยที่สำคัญในการช่วยให้ผิวชุ่มชื้นมีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงที่ล้ำลึก ควรทาเป็นประจำทุกวัน และต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวเพื่อสามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด

หลายคนคงกำลังคิดว่าแล้วครีมทาผิวแห้งยี่ห้อไหนดี วันนี้เรารวม ครีมบำรุงผิวกายสำหรับผิวแห้ง ที่ถือเป็นไอเทมเด็ดในการกอบกู้ปัญหาผิวแห้งมาฝาก แต่ก่อนอื่นสาวๆ ลองสังเกตผิวดูก่อนว่าเรามีผิวแห้งในระดับไหน จะได้เลือกครีมทาผิวแห้งที่เหมาะกับผิวเรานั่นเอง

รวม 5 ครีมทาผิวแห้งและแห้งมากตัวดัง จาก NIVEA

สำหรับผิวแห้งเล็กน้อย และต้องการการปกป้อง (Level 1-2)

1. นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ดับเบิ้ล มอยส์เจอร์ บอดี้ โลชั่น

โลชั่นทาผิวสูตรนี้เน้น "ดับเบิ้ล" ความชุ่มชื้น ควบคู่ไปกับการบำรุงเพื่อผิวดูกระจ่างใส ด้วยวิตามินซี และ UV ฟิลเตอร์ ครีมทาผิวแห้งตัวนี้ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นพร้อมกระจ่างใสในเวลาเดียวกัน โลชั่นเนื้อนุ่ม ชุ่มชื้น แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

เหมาะสำหรับ: ผิวแห้งที่ขาดน้ำและดูหมองคล้ำ ต้องการเติมความชุ่มชื้นเร่งด่วนพร้อมปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ

นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ดับเบิ้ล มอยส์เจอร์ บอดี้ โลชั่น

2. นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ รีแพร์ แอนด์ โพรเทค SPF30 PA++

เป็นโลชั่นอีกตัวที่เราอยากจะแนะนำ เหมาะสำหรับใช้ตอนกลางวัน ที่ไม่เพียงแต่ให้ความชุ่มชื้น พร้อมทั้งปกป้อง ผิวจากแสงแดดด้วย SPF30 PA++ ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจากรังสี UVA/UVB และยังช่วยฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสียสะสม ครีมทาผิวมีเนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว เหมาะสำหรับทาในตอนเช้า

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ผิวแห้งและต้องออกแดดเป็นประจำ หรือต้องการทั้งการบำรุงและกันแดดในขั้นตอนเดียว

นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ รีแพร์ แอนด์ โพรเทค SPF30 PA++

สำหรับผิวแห้งมาก - แห้งแตกเป็นลาย (Level 2-3)

3. นีเวีย อินเทนซีฟ มอยส์เจอร์ บอดี้ มิลค์

ครีมทาผิวแห้งสูตรน้ำนม ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งเสียแตกเป็นลาย รวมถึงช่วยบรรเทาอาการคันของผิวแห้งมากในฤดูหนาว ให้กลับมาชุ่มชื้น ผิวดูอิ่มน้ำทันที ด้วยส่วนผสมจากวิตามินอีมากถึง 50 เท่า ฟื้นฟูผิวแห้งกร้านจากสภาพแวดล้อมที่ทำร้ายผิว ให้กลับมาเนียนนุ่มดูสุขภาพดี พร้อมอโวคาโด ออยล์เข้มข้น ล็อคความชุ่มชื้นตลอดวัน สัมผัสผิวเนียนนุ่มยาวนาน 48 ชั่วโมง เผยผิวเรียบเนียนได้อย่างมั่นใจ

เหมาะสำหรับ: คนที่มีผิวแห้งถึงแห้งมาก ต้องการความชุ่มชื้นสูง บำรุงล้ำลึก หรือผู้ที่ผิวแห้งคันในช่วงอากาศหนาว

นีเวีย อินเทนซีฟ มอยส์เจอร์ บอดี้ มิลค์

4. นีเวีย ซอฟท์ แอนด์ สมูท บอดี้ มิลค์

โลชั่นบำรุงผิวแห้งเนื้อน้ำนม มาพร้อมสัมผัสนุ่มละมุน ผสานส่วนผสมของวิตามินอี ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งมาก ผิวตึงจนเกิดอาการผิวลอกเป็นขุย ให้กลับมาชุ่มชื้น ดูเนียนนุ่ม น่าสัมผัส พร้อมคุณประโยชน์ของ Shea Butter จากธรรมชาติ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเกราะปกป้องผิว พร้อมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนาน 48 ชั่วโมง

เหมาะสำหรับ: ผิวแห้งมากที่ต้องการทั้งความชุ่มชื้นและความเรียบเนียน

นีเวีย ซอฟท์ แอนด์ สมูท บอดี้ มิลค์

สำหรับผิวแห้งกร้าน หรือผิวหยาบกร้านเฉพาะจุด

5. นีเวีย ครีมหรือนีเวียตลับน้ำเงิน

นีเวียครีม ตำนานครีมบำรุงผิวในตำนานที่อยู่มานานกว่า 100 ปี เป็นไอเทมเด็ดเรียกได้ว่าเป็นครีมดูแลผิวสามัญประจำบ้านสำหรับหลายๆครอบครัวเลย เพราะในตลับน้ำเงินนี้อัดแน่นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นอย่างยูเซริทและแพนธีนอล มอยส์เจอร์ไรเซอร์พิเศษของนีเวีย ที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส ป้องกันรอยแตกลายบนผิว พร้อมช่วยลดจุดสัมผัสแห้งกร้านบริเวณข้อศอก, หัวเข่า, ตาตุ่ม, ส้นเท้า และ ตามข้อพับต่างๆ ใช้ได้แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย คุณแม่ที่อยู่ระหว่างช่วงเวลาตั้งครรภ์และกังวลเรื่องการแตกลายของผิว ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เพราะผ่านการทดสอบแล้วว่าอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว

เหมาะสำหรับ: การทา "เฉพาะจุด" ที่แห้งแตก หยาบกร้านเป็นพิเศษ หรือใช้ทาป้องกันรอยแตกลายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

นีเวีย ครีมหรือนีเวียตลับน้ำเงิน

สรุป

การจัดการปัญหาผิวแห้งต้องเริ่มจากความเข้าใจ ทั้งการดูแลจากภายใน (ดื่มน้ำ, ทานอาหาร) และการดูแลจากภายนอก ที่สำคัญคือการเลือก "ครีมทาผิวแห้ง" ที่มีส่วนผสมที่ใช่ และมีเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับ "ระดับความแห้ง" ของผิวคุณ และอย่าลืมทาครีมหลังอาบน้ำทันที เพียงเท่านี้ ผิวที่เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น อีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมผิวแห้ง

1. Q: ครีม (Cream) กับ โลชั่น (Lotion) ต่างกันอย่างไร?

A: โลชั่นมีส่วนผสมของน้ำมากกว่า ทำให้เนื้อบางเบา เหมาะสำหรับผิวแห้งเล็กน้อยหรือใช้ในอากาศร้อน ส่วนครีม (รวมถึงบอดี้มิลค์) มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่า เนื้อเข้มข้น เหมาะสำหรับผิวแห้งถึงแห้งมาก

2. Q: ผิวแห้งมาก ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมอะไรเป็นพิเศษ?

A: ควรมองหาส่วนผสมที่ช่วยซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว เช่น เซราไมด์ (Ceramides) หรือ เชียบัตเตอร์ (Shea Butter) และสารดึงน้ำ เช่น ไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic) หรือ กลีเซอรีน

3. Q: ทาครีมบำรุงผิวเวลาไหนดีที่สุด?

A: เวลาที่ดีที่สุดคือ "หลังอาบน้ำทันที" ภายใน 3-5 นาที ในขณะที่ผิวยังหมาดๆ (Damp skin) เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว

4. Q: ทำไมทาครีมแล้วผิวยังแห้งอยู่?

A: อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เลือกครีมที่ไม่เข้มข้นพอ, ทาครีมตอนผิวแห้งสนิท, หรืออาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การอาบน้ำอุ่นจัด หรือใช้สบู่ที่แรงเกินไป

เคล็ดลับที่น่าสนใจสำหรับคุณ